ช่วงนี้อัพบล็อกฉลองวันเกิดอย่างเดียวเลยนะเนี่ย 555+
---------------------
Title: HBD Rokudou Mukuro
Pairing: 6927
Rate: PG-13
Author: The.wolF
...มาถึงแล้วสินะ...
...วันที่ผมเกลียดที่สุด...
วันที่ผู้คนชอบเฉลิมฉลองกัน
จะวันวาเลนไทน์ ไวท์เดย์ อีสเตอร์ คริสต์มาส ปีใหม่...
ผมไม่ชอบทั้งนั้น
ที่ผมเกลียดที่สุดคงเป็นวาเลนไทน์กับคริสต์มาส
เป็นวันที่ทุกคนมอบรักให้แก่กัน
และเป็นเพียงแค่วันเกิดของใครคนหนึ่งเท่านั้น
แค่วันเกิดของคนคนเดียว แต่ฉลองกันทั่วประเทศ...ทั่วโลก...ทั้งที่วันเกิดเป็นสิ่งที่น่าชิงชังที่สุดแท้ๆ
ผมเกลียดวันเกิด
มันผ่านเข้ามาในชีวิตผมทุกปีนับแต่ลืมตามองพิภพน่าเกลียดชังแห่งนี้
มันเป็นสิ่งที่บางคนบอกว่าพระเจ้าประทานให้
แต่สำหรับผมมันเป็นแค่วันที่ทำให้เราต้องเกิดมาในพิภพที่น่ากลัวที่สุด
เป็นพิภพที่ผมเกลียดที่สุดในบรรดาทั้งหกภพ
...พิภพมนุษย์...
.
.
.
ร่างสูงเดินไปตามพื้นถนนที่เต็มไปด้วยผู้คน นานครั้งเขาจะได้ออกมามีตัวตนแบบนี้ นัยน์ตาสองสีเหลือบมองผู้คนรอบกาย รอยยิ้มเหยียดหยามยังคงปรากฏอยู่บนใบหน้า
ก็ยังคง...เหมือนเดิม...
โลกใบนี้ยังคงน่าชิงชังไม่เปลี่ยนแปลง
มุคุโร่ส่ายหัวเบาๆ พลางเดินไปอย่างไร้จุดหมาย พยายามมองข้ามใบหน้าเปื้อนยิ้มของคนหลายๆ คนที่เดินสวนมา
เกลียดนัก...รอยยิ้มแบบนี้
รอยยิ้มที่มีความสุขบนโลกที่แสนเลวร้าย
มันเป็นสิ่งที่น่าชิงชังที่สุด
หรือว่า...
สิ่งที่น่าชิงชังที่สุด...
จะเป็นรอยยิ้มที่ดูถูกโลกของเขากันแน่นะ?
มุคุโร่ถอนหายใจ เกิดมาจนกี่ปีต่อกี่ปีเขาก็ยังไม่เคยคิดถึงคำถามนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว
หรือสิ่งที่น่าชิงชังที่สุดจะเป็นรอยยิ้มหลอกลวงของเขากันแน่นะ?
ไม่เคยถามคำถามนี้กับตัวเองเลยสักครั้ง ทำไมกันนะ?
เพราะคิดว่าความหลอกลวงเหมาะสมกับโลกมนุษย์แสนเลวร้ายนี่ที่สุดแล้ว?
เพราะคิดว่ารอยยิ้มยินดีไม่คู่ควรกับสิ่งเน่าเหม็นอย่างโลกใบนี้?
เพราะคิดว่า...เขาทำถูกแล้ว...?
ความคิดเปลี่ยนไป เมื่อได้แสงสว่างจากใครบางคน
ตั้งแต่โดนชำระล้างในครานั้น
ผู้ชำระไม่ใช่วรุณอย่างที่ควรจะเป็น
หากเป็นท้องนภา
นภาที่ไม่เพียงเอาชนะสายหมอก แต่กลับชำระล้างความมืดมิดแสนขุ่นมัวไปด้วย
...รึเปล่านะ?
ร่างสูงสาวเท้าไปยังม้านั่งยาวที่ตั้งอยู่ข้างทางเพื่อรองรับความเหน็ดเหนื่อยของผู้คนที่เดินผ่านไปมา เส้นผมสีน้ำเงินไหวตามลม นัยน์ตาเรียวปรือลง
ไฟที่นภาส่งมาเพื่อชำระล้าง
แสงสว่างที่ฟ้ามอบให้
ชำระล้างสายหมอกให้หายขุ่นมัวได้จริงหรือเปล่านะ...?
หากไม่ขุ่นมัว หากไม่ทำให้ฟ้ามืดหม่น
นั่นย่อมไม่ใช่สายหมอก
แล้วอะไรที่ท้องนภาพยายามจะทำ?
สายหมอกคือการหลอกลวงที่ไม่อาจจับต้องได้
แต่ทำไมท้องนภาถึงเชื่อใจ?
ทำไมถึงยอมวางใจ จนยอมให้เป็นถึงหนึ่งในหกคนที่ใกล้ชิดที่สุด?
ผมตอบคำถามนี้ไม่ได้รวมไปถึงคำถามที่ว่า...เมื่อผมเห็นใบหน้าแสนเศร้าของฟากฟ้านั่น
ทำไม...ถึงได้รู้สึกผิด?
ทั้งที่ชาชินกับความชั่วร้าย
ทั้งที่จมปลักอยู่กับสิ่งแสนโสโครกมานานจนจำไม่ได้
เป็นครั้งแรก...ที่รู้สึกผิดได้ขนาดนี้
ในตอนแรก ผมอยากทำลายฟากฟ้า
แม้จะรู้ดีแก่ใจว่าท้องฟ้ายิ่งใหญ่และบริสุทธิ์เกินกว่าใครจะแปดเปื้อนได้
แต่ก็ยังฝืนจะทำ
จนบัดนี้ กลายเป็นฟากฟ้าที่ทำลายผมเอง
ทำลายความเกลียดชังที่ผมเคยมีให้ต่อนภา
นภาที่แสนดี ใสซื่อ บริสุทธิ์ แข็งแกร่ง อ่อนโยน ยิ่งใหญ่...
นภาที่ดีจนน่าคลื่นไส้
แต่ตอนนี้ กลับกลายเป็นผมเสียเองที่หลงใหลในท้องนภานั้น
มุคุโร่ถอนหายใจยาว ทั้งที่ตอนแรกเขาแค่คิดถึงเรื่องวันเกิดของตัวเองแค่นั้น แต่ไปๆ มาๆ กลายเป็นคิดถึงวองโกเล่เสียแล้ว
เรื่องนี้โทษใครไม่ได้...นอกจากซาวาดะ อิเอมิสึ
นัยน์ตาสองสีปรือลง ในใจหวนนึกถึงอดีตที่ผ่านมา...
.
.
.
“ฉันอยากจะให้เธอช่วยเป็นผู้พิทักษ์แห่งหมอกของสึนะ...” ชายร่างสูงในชุดสูทเอ่ยกล่าว “โรคุโด มุคุโร่”
“หืม...?” เขาส่งเสียงเหมือนจะถาม เสียงที่เปล่งออกมาไม่ได้แหบพร่าหรือทุ้มต่ำเช่นเก่า หากหวานใสแบบเด็กผู้หญิง เหตุผลไม่ใช่อะไร แต่เพราะเขาตอนนี้อยู่ในร่างของนากิ...ไม่สิ โดคุโร โครม
“แน่ใจนะครับ?” เด็กสาวยิ้ม
“แน่ใจ” ร่างสูงพ่นลมเบาๆ “เธอถามฉันมาเกือบสิบรอบแล้ว และฉันจะบอกเป็นครั้งสุดท้าย”
“คึหึหึหึ” มุคุโร่ในร่างเด็กสาวหัวเราะ เสียงหัวเราะฟังเหยียดหยาม “รู้ไม่ใช่หรือครับว่าผมเคยคิดจะครอบครองร่างของลูกคุณน่ะ”
“...รู้สิ”
“หึ เป็นการไว้ใจที่ไม่เข้าท่าเอาซะเลยนะครับ” ร่างเล็กส่ายหัวเบาๆ “ไม่กลัวผมจะทำร้ายวองโกเล่หรือไงครับ?”
“ทำร้ายสึนะงั้นหรือ...?” อิเอมิสึทวนคำช้าๆ ก่อนที่จะคลี่ยิ้มแล้วส่ายหัว “นายไม่ทำมันอีกหรอก”
“คุณจะรู้ได้ยังไงครับ” คิ้วเรียวเลิกขึ้นอย่างสงสัย ใบหน้าหวานยังคงยิ้ม “ผมน่ะมันพวกโลภมากซะด้วยสิ คุณก็น่าจะรู้นะว่าผมมันพวกเชื่อถือไม่ได้”
“ฉันยอมรับว่าเธอน่ะ จับตัวยากยิ่งกว่าภาพลวงตาซะอีก” อิเอมิสึว่า “แต่แค่เรื่องนี้เท่านั้นที่ฉันมั่นใจ...”
“เห...?”
“...เธอไม่คิดจะทำร้ายสึนะอีกแล้ว ฉันรู้”
“นี่คุณ...” “แล้วเธอจะเข้าใจว่าฉันไม่ได้คิดผิด โรคุโด มุคุโร่” ร่างสูงยิ้มนิด “ถือซะว่าเป็นของขวัญที่ยังมีชีวิตอยู่ได้ถึงตอนนี้แล้วกัน เพราะลูกของฉันขาดคนแบบเธอไม่ได้หรอก”
.
.
.
หึ พ่อยังไง ลูกก็ยังงั้น
ลางสังหรณ์แม่นยำกันซะจริง
คนหนึ่งก็มองภาพลวงตาของผมออก
แถมยังสัมผัสได้ถึงตัวตนของผม ว่าไหนคือร่างจริง ไหนคือผู้ที่ผมสิงอยู่
ส่วนอีกคน...ก็มองเห็นอีกเหมือนกัน
รู้สินะครับ ว่าท้องนภาลูกคุณชำระความคิดที่จะทำลายไปหมดแล้ว
เหลือเพียง...อีกหนึ่งความรู้สึก
ความรู้สึกที่ผมยังอยากเก็บไว้...คนเดียว...
“...ถือซะว่าเป็นของขวัญที่ยังมีชีวิตอยู่ได้ถึงตอนนี้แล้วกันเพราะลูกของฉันขาดคนแบบเธอไม่ได้หรอก...”
คึหึหึ ขาดไม่ได้หรือครับ...?
น่าขันสิ้นดี
มุคุโร่ส่ายหัวเบาๆ พลางขยับรอยยิ้มเป็นครั้งแรกของวันนี้ แม้นั่นจะเป็นรอยยิ้มที่แสนเสแสร้งก็ตาม
วองโกเล่น่ะ มีความสุขดีที่ไม่มีผมครับ
ตรงนี้แหละนะที่ลางสังหรณ์ของคุณผิดพลาด
จริงสิ...ของขวัญงั้นหรือ...
วันเกิด...เป็นวันที่ผมควรจะได้รับของขวัญสินะ...?
ถึงมันจะฟังงี่เง่า แต่ก็เป็นธรรมเนียมที่ทุกคนบนโลกถือกัน
ให้ของขวัญ...ในวันที่โสมมที่สุดวันที่ได้ลืมตาบนโลกใบนี้
ของขวัญจากจิคุสะและเคน คือการไม่ให้อะไรเลย
เพราะทั้งสองคนรู้ว่าผมเกลียดสิ่งที่เรียกว่าวันเกิด
ของขวัญจากโครม คือการที่ผมได้ออกมาเดินเล่นแบบนี้
ของขวัญจากรุ่นพี่ลันเชีย คือสายตาที่อ่อนโยนลงนิดหนึ่งจนดูไม่ออก
คนที่ผมเกี่ยวข้องด้วย...มีแค่นี้เอง
จะมีอีกคนก็แต่...เขาคนนั้น
คนที่สูงเกินกว่าผมจะเอื้อมถึง ที่คงไม่ลดตัวลงมา
ไม่มามั่วสุมอยู่กับคนหลอกลวงแบบผมหรอก
ใบหน้าคมเงยขึ้น ก่อนที่นัยน์ตาสองสีจะสังเกตถึงเส้นทางที่คุ้นเคย เส้นทางที่เขาเคยเดินผ่านมาหลายต่อหลายครั้ง
เส้นทางนี้...ไปบ้านของวองโกเล่ได้สินะ...?
ร่างสูงลุกขึ้นจากม้านั่งก่อนจะสาวเท้าไปตามทาง ทั้งที่ไม่ได้คิดมาก่อนว่าจะไปหา หากร่างกายกลับไวกว่าความคิดเสียอีก
นัยน์ตาสองสีเหลือบมองนาฬิกาที่แขวนอยู่บนร้านค้าตามทาง
เกือบเที่ยงคืนแล้ว...
ไม่ได้เจอนานแค่ไหนแล้วนะ...วองโกเล่...
ดึกๆ แบบนี้...ถ้าจะแวะไปเงียบๆ คงดีกว่าไปปลุกสินะ
.
.
.
“...หือ?”ร่างสูงส่งเสียงออกมานิดหนึ่งอย่างสงสัย เขารู้ว่าการแอบเข้าห้องคนอื่นเขาแบบนี้ควรจะเงียบเข้าไว้ไม่ให้เจ้าของห้องรู้ตัว แต่นี่มัน...
ร่างเล็กยังคงอยู่ในชุดไปรเวท เจ้าตัวนั่งพิงโต๊ะอยู่ทั้งๆ หลับไปแล้วเรียบร้อย
มันอะไรกัน...?
มุคุโร่ปิดหน้าต่างที่ตนเพิ่งจะใช้เป็นประตูเข้ามา ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปใกล้ พลันนัยน์ตาคมก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งที่วางอยู่บนโต๊ะ
ช็อกโกแลตแท่งหนึ่งกับแผ่นกระดาษ...?
คิ้วเข้มเลิกสูง ก่อนที่นิสัยเสียส่วนตัวจะสั่งการให้มือใหญ่เอื้อมไปหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมามองไปทั่วๆ ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นชื่อที่คุ้นเคยทำให้เขาต้องอ่านทั้งหมดจนได้
.
.
.
‘ 9 มิถุนายน
ถึง...มุคุโร่
นี่ฉันเขียนบ้าอะไรอยู่นะ...?
เหมือนเขียนให้ตัวเองอ่านเองชอบกล...
ก็รู้ว่านายไม่มาหาฉันแน่ๆแต่...วันนี้วันเกิดนายนี่นะ
ฉันไม่รู้จะให้อะไรนายดี เพราะงบฉันมันก็ไม่ได้มากมายอะไรเท่าไหร่ ฉันรู้แค่ว่านายชอบช็อกโกแลตแค่นั้น แต่ไอ้ช็อกโกแลตที่ว่านายคิดว่ามันมีน้อยนักหรือไง?
นายไม่เคยบอกฉันว่านายชอบแบบไหน ฉันซื้อแบบนี้มาให้ไม่ชอบยังไงก็ขอโทษด้วยนะ
ฉันไม่รู้ว่านายอยู่ไหน จะเอาของไปให้นายยังไง...ตอนที่ฉันซื้อมาก็ไม่ได้นึกเหมือนกัน แย่จัง เงินฉันหมดเพราะนายคนเดียวเลยนะ มุคุโร่ มันจะกลายเป็นซื้อของมาเปล่าประโยชน์อีกแล้วเหรอเนี่ย วาเลนไทน์คราวนั้นก็ทีแล้ว...
เอาเถอะ ยังไงก็สุขสันต์วันเกิดนะ
ฉันมันพวกพูดไม่เก่งด้วยสิ ไม่รู้จะอวยพรอะไรดี
ที่สำคัญ นายจะได้อ่านจดหมายนี่รึเปล่ายังไม่รู้เลย...นี่ฉันชักจะบ้าขึ้นไปทุกวันแล้วใช่มั้ยเนี่ย
สึนะ
ปล. ถ้าว่างๆ วันไหนนายมาหาฉันบ้างสิ...หรือนายอยู่ในคุกน่ะ? ไม่ได้เจอกันตั้งนาน เจ้ารีบอร์นไม่ยอมบอกข่าวเรื่องของพวกนายให้ฉันเลย
ปล. 2 ช่วงนี้ถ้าหมอกลงบ้างก็ดีสินะ...คิดถึงจัง... ’
วองโกเล่...รู้ได้ยังไงครับว่าผมเกิดวันนี้...?
แล้วคุณรู้ได้ยังไงครับว่าสิ่งที่ผมชอบคืออะไร...?
ท้องฟ้า...แคร์สิ่งที่อยู่เบื้องล่างขนาดนี้เชียวหรือ...
มือใหญ่เอื้อมไปหยิบช็อกโกแลตบนโต๊ะขึ้นมามองเป็นเพียงขนมหวานยี่ห้อถูกๆ ที่หาซื้อที่ไหนก็ได้..
แต่...ความรู้สึกที่ให้มาพร้อมกัน...
จะหาซื้อได้ที่ไหนอีกนะ...?
ร่างสูงพับจดหมายแล้วเก็บใส่กระเป๋าเสื้อพร้อมๆ กับช็อกโกแลตแท่งนั้น
คิดถึงสายหมอกหรือครับ...
ผมล่ะนึกว่าคุณมีความสุขดีที่ไม่มีสายหมอกซะอีก
...แต่ถ้าเป็นแบบนี้...ผมก็ไม่รังเกียจหรอกนะ...
มุคุโร่หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมาเขียนบางสิ่งแล้วยัดกระดาษแผ่นนั้นใส่มือเล็ก เขาช้อนร่างบางที่เปรียบดังท้องนภาขึ้นก่อนจะพาไปวางลงบนเตียง ผ้าห่มผืนหนาถูกหยิบขึ้นมาคลุม
ใบหน้าคมโน้มลงสัมผัสหน้าผากมนแผ่วเบา
“ราตรีสวัสดิ์ครับวองโกเล่”
ท้องฟ้าช่างยิ่งใหญ่...
ทำให้สายหมอกเข้าใจ ว่าการเกิดมาไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น...
การชำระล้างของคุณ...สำเร็จแล้วล่ะครับ
.
.
.
สายหมอกจางหายไปโดยทิ้งข้อความในกระดาษไว้เบื้องหลัง
‘ ขอบคุณสำหรับของขวัญครับวองโกเล่
ไว้วันหลัง ผมจะมาหาคุณอีกก็แล้วกัน
PS. Ti amo ครับ
ถ้าคุณแปลภาษาอิตาลีไม่ออก ให้สายลมเพื่อนคุณช่วยแปลให้ก็ได้ครับ
แล้วผมจะเก็บคำนี้ไว้ให้คุณคนเดียว...รอวันที่คุณจะตอบรับผมนะครับ...วองโกเล่ ’
= END =
------------------------------------------------------------
ไม่แน่ ถ้าฟลุกอาจมีภาคต่อ...
*เผ่น*