[fic-KHR] Just Smile //D18//

posted on 13 Apr 2008 22:10 by wolf-zaa  in fiction, KHR

Title : Just Smile
Fandam : Katekyo HITMAN Reborn!
Pairing : D18 [Dino x Hibari]
Rate : PG-13

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ห้องกรรมการนักเรียนบัดนี้กำลังว่างเปล่าไร้ผู้คน สิ่งมีชีวิตหนึ่งเดียวในนั้นคือเด็กหนุ่มผู้หนึ่ง ร่างบางเหลือบตามองออกไปนอกหน้าต่างที่เปิดกว้าง สายลมเบาแผ่วเข้ามาพัดให้เส้นผมสีดำสนิทพลิ้วไหว อันที่จริง จะว่าเขาอยู่คนเดียวก็ไม่ได้ เพราะบนไหล่เขามีนกน้อยตัวกลมสีเหลืองตัวหนึ่งเกาะอยู่

เด็กหนุ่มขยับกายนิด ฮิเบิร์ดเมียงมองเจ้านายของตนอย่างสงสัย

นัยน์ตาเรียวสีเทาดำเหม่อลอยผิดปกติ ใบหน้านิ่งสนิทแฝงความเครียดเอาไว้ลึกๆ

แล้วก็...


ปัง!
“เคียวย้า~!!”



คิ้วเรียวกระตุกขึ้นนิดอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไรนักกับการมาถึงของชายหนุ่มเจ้าของเสียง

ทอนฟาคู่กายลอยละลิ่วปลิวข้ามห้อง ฟาดโครมชนเข้ากับดีโน่ คาบัคโรเน่ อย่างจังจนเจ้าตัวผงะถอยออกไปสามสี่ก้าว ก่อนที่ร่างบางจะเดินฉับๆ ไปปิดประตูโครมแล้วล็อกกลอน ขังอีกฝ่ายไว้นอกห้อง

ฮิบาริ เคียวยะ บ่นพึมพำเบาๆ ในใจ



มาทำไมตอนนี้...
ความรักนั่น...ฉันไม่ต้องการ...
ความรักที่จะฉุดดึงให้ถดถอยลง ความรักแบบที่พวกสัตว์กินพืชหลงใหล

ไม่ต้องการ...จริงๆ นะ

 

++++++++++


ดาดฟ้าโรงเรียน

ฮิบาริยืนนิ่งอยู่เพียงคนเดียว มือเรียวจับซี่ตาข่ายเหล็กที่ถี่สานไว้ นัยน์ตามองลอดไปด้านล่างอย่างเหม่อลอย

“เคียวยะ”

เสียงทุ้มแสนคุ้นเคยดังขึ้นด้านหลัง ฮิบาริไหวตัวนิดหากไม่ได้พูดอะไร เขาเหลือบมองดีโน่แวบหนึ่งก่อนจะหันกลับไป ร่างสูงยิ้มบางก่อนจะเดินเข้าไปยืนข้างๆ

“มาอยู่นี่เอง” ดีโน่หันไปยิ้มให้ “มาทำอะไรคนเดียวที่นี่ล่ะ”

“ไม่ใช่เรื่องของแก”

คำตอบห้วนสั้น หากแต่คนฟังกลับชินเสียแล้วกับนิสัยของเด็กหนุ่มข้างกาย สายลมเย็นแผ่วพัดมาระใบหน้า ดีโน่ยังคงแย้มรอยยิ้มพลางทอดสายตามองไปที่ฟากฟ้าเบื้องหน้า

 

...เมฆสีขาวไร้รอยยิ้มลอยเรื่อยบนนภา...
...เมฆที่มีธุระมากมาย ทั้งสร้างฝน สร้างหิมะ ทั้งคอยบดบังแสงอาทิตย์ไม่ให้ร้อนเกินไป...
...เมฆที่เย็นชา...และอ้างว้าง...  

 

 

“งานของกรรมการนักเรียนเหนื่อยมากเหรอ”

ดีโน่เอ่ยถามทำลายความเงียบ ฮิบาริมุ่นคิ้วนิดพลางหันหน้ากลับมามอง เจ้าตัวลอบถอนหายใจเบาก่อนจะหันกลับไปตามเดิมโดยไม่คิดจะตอบคำถาม

“มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า”

ทั้งๆ ที่รู้ว่าเขาจะไม่ตอบ แล้วจะถามทำไม... ฮิบาริได้เพียงคิด นัยน์ตาเรียวยังคงเหม่อมองเบื้องหน้าอย่างไม่คิดใส่ใจจะหันกลับไปมอง

“...ยิ้มอยู่ได้ไม่เมื่อยรึไง”

ร่างบางเอ่ยตอบไม่ตรงคำถาม ซ้ำยังถามกลับเสียด้วยซ้ำ หากแต่เรียกรอยยิ้มกว้างกว่าเดิมบนใบหน้าของคนฟังได้อย่างดี ดีโน่หัวเราะหึหึ

“แล้วเคียวยะทำหน้าเครียดอยู่อย่างนั้นไม่เมื่อยบ้างเหรอ”

“แก...”

ฮิบาริหันกลับไปมองตาขวาง ในใจนึกว่าจะท้ามันสู้ซะตรงนี้เลยดีไหม ดีโน่หัวเราะก่อนจะยกมือขึ้นโอบไหล่คนอายุน้อยกว่าอย่างไม่เกรงกลัว

“เอาน่า วันนี้อย่าเพิ่งเลยดีกว่านะ ฉันอุตส่าห์มีเวลาพักแล้วแท้ๆ”

“เฮอะ”

“ฉันน่ะ ยิ้มอย่างนี้ไม่เมื่อยหรอก” ดีโน่เอ่ยขึ้นลอยๆ “สำหรับเคียวยะ มันอาจน่าเบื่อนะที่เห็นฉันยิ้มอยู่อย่างนี้เสมอ”

“รู้ตัวนี่”

“เพียงแต่...ฉันไม่เสียใจเลยนะที่ยิ้มได้อย่างนี้น่ะ” ดีโน่หัวเราะเบา “เหตุผลที่ทำให้ฉันยิ้ม ไม่ว่าจะเป็นอะไร ถ้าฉันยิ้มได้ ก็ไม่เห็นจะน่ากลัวอะไรตรงไหนเลย”

คำพูดของร่างสูงกว่าทำเอาฮิบาริชะงักไป 

 

...เหตุผลที่ทำให้ยิ้มได้...




“จะว่าไป เคียวยะไม่ค่อยยิ้มเลยนะ”

ฮิบาริมุ่นคิ้วนิด “พูดยังกับไม่เคยเห็นฉันยิ้มอย่างนั้นแหละ”

“ฮะๆ เคยน่ะเคยอยู่” ดีโน่หัวเราะเบาๆ พลางโอบไหล่คนข้างๆ แน่น “แต่ฉันยังไม่เคยเห็นเคียวยะยิ้มแบบที่ฉันอยากเห็นเลยนี่”

“ทำไมฉันต้องทำอย่างที่นายต้องการด้วย”

“นั่นสินะ” รอยยิ้มของดีโน่จางลงนิด “แต่มันดีต่อเคียวยะเองซะมากกว่านี่นา”

“ยิ้มแบบไหนก็เหมือนกันทั้งนั้น”

“ไม่เหมือนกันสักหน่อย” ดีโน่แย้งกลับทันที “ยิ้มจากสุข ยิ้มจากเศร้า มันก็ต่างกันทั้งนั้นแหละ”

“ยิ้มมากๆ ก็บ้า”

ดีโน่หัวเราะขบขัน เรียกคิ้วเรียวของอีกฝ่ายให้มุ่นหนักกว่าเดิม ฮิบาริพยายามดันแขนของร่างสูงให้ออกจากไหล่ตนแต่ก็ไม่สำเร็จ
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วครู่ ฮิบาริเหลือบมองเสี้ยวหน้าของดีโน่ที่กำลังมองตรงไปด้านหน้า ริมฝีปากบางยังคงแย้มรอยยิ้มอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว

“...มีอะไรน่ายิ้มนัก”

ดีโน่หันกลับมามอง ก่อนจะชี้มือไปข้างหน้า นัยน์ตาเรียวของร่างบางมองตามไป


“เคียวยะเห็นอะไรบ้าง”


คำถามเดียว ง่าย สั้น ชัดเจน หากตอบยาก เพราะสิ่งเบื้องหน้าเขาหลากหลายบอกไม่ถูก เมือง บ้าน ท้องฟ้า เมฆ ดวงอาทิตย์ เขาไม่มั่นใจว่าอะไรคือสิ่งที่ดีโน่พยายามจะสื่อถึง

นัยน์ตาสีเดียวกับท้องฟ้ายามรัตติกาลเหลือบมองเบื้องล่าง


“พวกสัตว์กินพืชที่กำลังสุมหัว...”




เฮือก!

คำตอบเดียว ง่าย สั้น และชัดเจนพอกัน แต่เล่นเอาดีโน่ถึงกับสะดุ้งโหยง แขนแกร่งโอบร่างบางแน่นเข้าราวกับกลัวว่าเขาจะคว้าทอนฟาแล้วลงจากตึกไปขย้ำพวกนั้น

“เว้นเรื่องงานไว้สักวันเถอะนะ” ดีโน่ยิ้มให้แห้งๆ แม้แต่สถานการณ์แบบนี้ก็ยังยิ้ม...ยิ้มอะไรนักนะ ฮิบาริพึมพำคำถามในใจไม่รู้จักจบสิ้น

“ลองมองไปอีกทีสิ มองดีๆ แล้วคิดดู...เห็นอะไรบ้าง”

“ก็ปกติ” ฮิบาริตอบเรียบๆ “ท้องฟ้า บ้านเรือน มีอะไรอีก”

“แสดงว่าเคียวยะยังไม่เห็นสินะ...”

คิ้วเรียวที่ขมวดมุ่นแทนคำตอบ บ่งชัดว่าเจ้าตัวยังคงไม่เข้าใจ

“ทุกอย่างบนโลกไม่ว่าที่ไหน ก็มีเรื่องให้น่ายิ้มทั้งนั้นแหละ” ดีโน่เอ่ยช้าๆ “แค่มองสิ่งรอบกายแล้วลองยิ้มดูสักครั้ง แค่นั้นเอง”

“พูดเหมือนง่ายนี่” ฮิบาริเลิกคิ้ว

“ที่ให้ยิ้ม ฉันอยากให้ยิ้มแบบที่ไม่ใช่ยิ้มอย่างพอใจตอนที่เพิ่งทำร้ายใคร ไม่ใช่ยิ้มเย้ยหยันดูถูกใคร แต่ยิ้มอย่างที่ออกมาจากใจ...” มือใหญ่อีกข้างชี้ที่หน้าอกซ้ายของตน “ยิ้มอย่างมีความสุข...ฉันอยากเห็นรอยยิ้มแบบนั้นบนใบหน้าของเคียวยะ”

“พูดเหมือนจะง่าย...” ฮิบาริเอ่ยซ้ำพลางมองไปด้านหน้า เขาไม่เห็นอะไรที่น่ายินดีหรือสมควรยิ้มเลยสักอย่าง ทุกอย่างก็เป็นเหมือนเดิมเช่นทุกวัน ดีโน่พยักหน้าช้าๆ ก่อนเอ่ย


“แล้วความรู้สึกล่ะ”


ฮิบาริหันกลับไปมอง คิ้วเรียวมุ่นหนักขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่เข้าใจคำพูด – ไม่มีใครเคยพูดกับเขาแบบนี้ ไม่เคยมีใครใช้คำพูดที่เหมือนจะแนะนำกับน้ำเสียงอ่อนโยนแบบนี้กับเขา...

“หมายความว่ายังไง” ฮิบาริพึมพำคำถาม

“ถ้าเคียวยะมองไม่เห็นอะไรที่คู่ควรกับรอยยิ้มนั่น ทำไมไม่ลองหลับตาแล้วยิ้มดูสักครั้งล่ะ” ดีโน่เงยหน้าขึ้นมองฟากฟ้า “หลับตาแล้วนึกภาพสิ่งที่จะทำให้ยิ้มออกสิ สิ่งที่ทำให้อบอุ่น สิ่งที่อ่อนโยน หรืออะไรก็ได้ที่รักมากๆ บางทีสิ่งนั้นอาจช่วยได้นะ”

 

 

...สิ่งที่ทำให้อบอุ่น สิ่งที่อ่อนโยน...
...ในตอนนี้เขานึกออกเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น... 

 

 

“...แล้วอะไรที่นายนึกถึงแล้วยิ้มได้”

ฮิบาริหลับตาลงพลางเอ่ยถาม แต่เพราะเปลือกตาบางที่ปิดสนิททำให้เขาไม่ได้เห็น...รอยยิ้มอ่อนโยนที่มอบให้เขาเพียงผู้เดียว และไม่คิดจะมอบให้ใคร

ดีโน่โน้มเข้าไปใกล้ร่างบางช้าๆ ก่อนจะกระซิบเบาที่ข้างหู

 

“คนที่ฉันรัก”

 

“ใครกัน...” ฮิบาริพึมพำถาม ใครกันคือคนที่หมอนี่รัก เขาเหมือนจะรู้ หากกลับนึกไม่ออก

“ไม่รู้จริงๆ หรือ”

“ฉันจะไปรู้ใจแกได้ยังไง”

  

“...เคียวยะไงล่ะ”





คำพูดตรงไปตรงมาที่ไม่คิดจะปิดบังเรียกเลือดให้สูบฉีดขึ้นมาที่ใบหน้าพร้อมกับนัยน์ตาที่เบิกกว้างในทันที ฮิบาริหันใบหน้าร้อนผ่าวของตนให้หลบออกจากระยะสายตาของอีกฝ่าย

พูดจริงหรือเปล่า...

“เพราะมีเคียวยะอยู่ข้างๆ ฉันถึงยิ้มได้ตลอดเวลา” ดีโน่พึมพำ “เพราะฉันได้เจอกับเคียวยะ แม้ฉันจะอยู่ที่อิตาลี แม้จะมองไม่เห็นเคียวยะ แต่ฉันก็ยังรู้ว่าที่นี่ ที่ญี่ปุ่น ที่นามิโมริแห่งนี้ เคียวยะยังคงอยู่”

“ฉัน...”

“ฉันรู้ว่าเคียวยะยังคงอยู่ที่นี่ไม่ไปไหน ตราบใดที่เคียวยะยังไม่จากไป ฉันก็จะยังยิ้มแบบนี้ได้เรื่อยไป”

ความรู้สึกอบอุ่นส่งวูบผ่านหัวใจ ใบหน้าแดงเรื่อร้อนผ่าว นัยน์ตาสีดำปรือลงอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะทำสิ่งที่ไม่คาดคิดลงไป – ร่างบางขยับซุกเข้าใกล้อีกฝ่าย เรียกความประหลาดใจให้ดีโน่ไม่น้อย

นัยน์ตาสีน้ำตาลทอดกระแสอบอุ่น ก่อนที่จะเอ่ยถามเบาๆ



“แล้วเคียวยะ...จะยิ้มให้ฉันได้รึยัง”



“ฝันไปเถอะ” ฮิบาริตอบเสียงแข็งเช่นเคย หากคราวนี้คำพูดนั้นอ่อนลงจนสัมผัสได้

ดีโน่หัวเราะเบาๆ นิสัยของเด็กหนุ่มหัวหน้ากรรมการนักเรียนผู้นี้ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เขาขยับยิ้มให้เด็กหนุ่มอีกครั้งก่อนจะหันไปมองฟากฟ้าอีกครั้ง

ฮิบาริเบือนใบหน้าไปอีกทางจนมั่นใจว่าอีกฝ่ายจะไม่เห็นดวงหน้าของตน ก่อนจะ...ยิ้ม...

ยิ้มแบบที่ไม่เคยยิ้มมาก่อน


รอยยิ้มแบบนี้ใช่ไหม...ที่แกต้องการ ดีโน่ คาบัคโรเน่...
บางที...ฉันอาจจะคิดผิดไปเรื่องความรักนั่น



ฮิบาริหยุดคิด ความเงียบทิ้งตัวลงมาระหว่างคนทั้งคู่ ก่อนที่ในที่สุด ร่างบางจะเอ่ยขึ้นแผ่วเบาเสียยิ่งกว่าการกระซิบ

“ดีโน่...”

“หืม?” ร่างสูงเจ้าของชื่อหันกลับมามอง

“บางที...ไอ้ที่แกบอกกับฉันเมื่อกี้น่ะ...”

“ทำไมหรือ”


“ฉันรู้สึก...ไม่ต่างกับแกสักเท่าไหร่หรอก”



.
.
.
Fin –.

ฟิครับสงกรานต์...ที่ไม่มีอะไรเข้ากะสงกรานต์เลย 555+

สเตตัส : รอแสกนรูปประกอบฟิค - -+ ยะเฮ้~

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

โอ้วววว น่าร๊ากกกกกกก >[]<
D18 บันซาย~~

สเตตัส : นั่งรอรูปประกอบฟิค เหอๆ

แล้วก็สาดน้ำรับสงกรานกันแต่เช้านี่แล มันซาบซ่านดีแท้

เอ้าสาด ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ
ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปิ้วๆ cry
สุขสันต์วันสงกรานต์ค่า~
ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ
สาดน้ำใส่ D18 นี่แน่ะ

#2 By [[asakamiki]] ~ [[Shin Seijurou]] on 2008-04-14 08:52

สวัสดีปีใหม่ไทยคร้าบบบบ~
ขันน้ำ ดอกมะลิ ปืนฉีดน้ำ
วูลฟ์เอ่ย...สุดยอด!
D18บันซายด้วยคนนนน!!!!

#3 By เซจัง~ on 2008-04-14 09:50


โอ้วววว วูฟฟฟ หวานอะน่ารัก!!! D18 บันไซ ขอแอ็ดเช่นกันนะค่า เอ้ารับปายยย

ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ confused smile
โฮกกกกกกกกกกกก หวานเชียว D18สึโก้ยยยย >[]<
ท่านฮิบารี๊แบ๊วววววว น่าร๊ากกกกกก ซึนเดเระเป็นที่สุด
วูลฟ์แต่งฟิคหวานได้อีก ฮากกกกกกกก *สติหลุด*

หมั่นไส้ม้าพยศ สาดน้ำใส่ ย๊ากกกก ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ
สุขสันต์วันสงกรานต์เน่อวูลฟ์

#5 By [Chidori] as [Sakuraba Haruto] on 2008-04-14 20:16

อ่าน+เม้นแบบเลทๆ กร่ากกกก

สครีม D18 กรี๊ดดดดดดดด โฮวกกกก น่ารักค่า~!! cry cry cry (เพราะโดนไซโคนี่เอง มิน่าฟิคตัวเองถึงไขว้เขว เครี้ยกกกก >_<!!)

สงกรานต์ไม่ทันแล้ว แต่ขออวยพรให้แฮปปี้ๆ แบบย้อนหลังละกันค่า confused smile

#6 By +++Mizumi+++ on 2008-04-25 21:36

กร๊าซซซซซซซซซ น่ารักกกกกก บันซายยยย ขอแอดเลยนะงับ D18 โฮวกกกกก

#7 By ZpElL♥手越祐也 on 2008-04-26 16:45

อยากอ่านรีบอร์นบ้างจังเคอะ (เห็นมีคนบอกว่าสนุกง่ะ)T^T

#8 By มารุอิจัง on 2008-04-28 19:49

ช่วยด้วยว้อย ชั้นโดนดีโน่ฆาตกรรม

ไอ้รั่วววววว ไอ้ทุเรศศศศ

ทำัตัวม่ออย่างน่ารัก
ไอ้ทุเรศศศศศศศศศศศศศ

ฮื่อ ไม่ไหวแล้ว น่ารัก ฮิบาริน่ารักโึคตร...

เอาฟิคต่ออีก เอาอีก...

The.wolF View my profile