[fic-KHR] HBD คุณฮิเลทๆ =w= //D18//
posted on 07 May 2008 21:44 by wolf-zaa in fiction, KHR
อ๊ากกกกก ปั่นไม่ทันนนนนนนนน
ขอโทษน้าคุณฮิ~~~~ TwT
รักกับพ่อม้านานๆ นะ รัก D18 ที่สุด~!!
D18 จงเจริญ~ เย้~
(ประกาศความม่วง =[]=?)
----------------------------------------------------------------------------------------------------------
Title: Happy Birthday
Paring: D18
Rate: PG ใสๆ...สินะ (?)
Author: The.wolF
ดาดฟ้าโรงเรียนนามิโมริ
ร่างหนึ่งยืนนิ่ง ทอดสายตาออกไปยังฟากฟ้าเบื้องหน้า ก้อนเมฆขาวก้อนหนึ่งลอยเอื่อยเดียวดาย ต่างจากผู้พิทักษ์แห่งเมฆาที่ยืนพิงรั้ว ข้างกายคือชายผมทองร่างสูงที่กำลังยิ้มแห้งปั้นหน้าไม่ถูก
“อ่า...สะ...สุขสันต์วันเกิดนะเคียวยะ”
เจ้าของวันเกิดเลิกคิ้วนิด เจ้าตัวตวัดนัยน์ตาเย็นชาสีเข้มหันไปมองแล้วเอ่ยถาม
“วันนี้วันที่เท่าไหร่”
“เอ่อ...วันที่เจ็ดพฤษภา---”
“ฉันเกิดวันที่ห้า”
เอื๊อก!!
น้ำเสียงราบเรียบที่เล่นเอาคนสูงวัยกว่าถึงกับกลืนน้ำลายเอื๊อก ใบหน้าคมเริ่มซีด เหงื่อซึมชื้นกับออร่าดำๆ เย็นๆ ที่เริ่มทะมึนออกมาจากร่างของอีกฝ่าย
ซวย...สนิท
ดีโน่แทบจะน้ำตาไหลซะให้ได้ นี่แหละความผิดของหัวใจที่ดันซุ่มซ่ามไปรักใครเข้าไม่รัก ดันมารักเจ้าเด็กหัวหน้ากรรมการรักษาระเบียบคนนี้
คนที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้พิทักษ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในวองโกเล่!
“ม...แหม...นี่ฉันรีบมาที่สุดเท่าที่ทำได้แล้วนะ” เจ้าตัวพยายามง้อสุดชีวิต ถึงจะรู้ก็เถอะว่าง้อไปก็ไม่เคยจะได้ผลสักครั้ง
“เฮอะ” ฮิบาริสะบัดหน้าหนี “ถ้าไม่อยากมาก็ไม่จำเป็นต้องมา”
“โธ่~ นี่ฉันรีบขึ้นเครื่องที่เร็วที่สุดแล้วน้า~” พยายามแก้ตัวต่อไป
“วันที่ห้าฉันไปดูที่สนามบิน...มีเครื่องลงจากอิตาลีสามเครื่อง”
เฮือก!!!
คำตอบกลับของฮิบาริเล่นเอาดีโน่แทบวิญญาณหลุด ด้วยเหตุผลสองประการ ประการแรกคือออร่าที่ชักจะทะมึนขึ้นทุกที ส่วนประการที่สอง...
“วันที่ห้าฉันไปดูที่สนามบิน...มีเครื่องลงจากอิตาลีสามเครื่อง”
“วันที่ห้าฉันไปดูที่สนามบิน...มีเครื่องลงจากอิตาลีสามเครื่อง”
“วันที่ห้าฉันไปดูที่สนามบิน...มีเครื่องลงจากอิตาลีสามเครื่อง”
“วันที่ห้าฉันไปดูที่สนามบิน...มีเครื่องลงจากอิตาลีสามเครื่อง”
“วันที่ห้าฉันไปดูที่สนามบิน...มีเครื่องลงจากอิตาลีสามเครื่อง”
...
นี่แสดงว่าเคียวยะไปรอฉันงั้นเหรอเนี่ย...!?
ระหว่างที่ร่างสูงกำลังสติหลุดกับคำพูดประโยคนั้น อีกฝ่ายก็รีบหันหน้าหนี ซ่อนใบหน้าแดงก่ำไม่ให้อีกฝ่ายเห็น
เผลอพูดไปแล้ว...
เผลอพูดไปแล้วว่าวันนั้นไปรอที่สนามบิน...
ปัดโธ่เว้ย!!
สบถออกมาในใจอย่างหงุดหงิด แล้วทอนฟาคู่กายก็ถูกหยิบออกมาเตรียมใช้งาน
คราวนี้แม้แต่วิญญาณก็ไม่เหลือล่ะมั้งพ่อม้า เพราะแค่สติตอนนี้ก็ยังไม่อยู่กับเนื้อกับตัว จะไปหลบทอนฟาของอีกฝ่ายพ้นได้ยังไง...
เปรี้ยง!!
ท่อนเหล็กแข็งฟาดโครมเข้าเต็มๆ ใบหน้าหล่อๆ เจ้าของฉายาม้าพยศ ร่างสูงย้อมเลือดกลิ้งขลุกๆ ไปชนกับรั้วเสียงดังลั่น
“โอ๊ย...เจ็บๆๆ เคียวยะใจร้าย~”
ร่างสูงกว่าตัดพ้อ หากฮิบาริก็ยังคงไม่ใส่ใจ นัยน์ตาสีเข้มเบือนหนี นกน้อยตัวกลมสีเหลืองบินออกจากไหล่ของผู้เป็นเจ้านายไปเกาะเส้นผมสีคล้ายกันของร่างบนพื้น
“ฮิบาริ~ ฮิบาริ~”
ฮิเบิร์ดส่งเสียงเจื้อยแจ้ว ฮิบาริหันขวับมามองอย่างลืมตัว ดีโน่หัวเราะขบขันกับความน่ารักของเจ้านกน้อย(และคิดว่าคงเหมารวมเจ้าของนกไปด้วย)
“ฮะๆ ฮิเบิร์ดนี่น่ารักจังเลยนะ”
“ดีโน่~ ดีโน่~” นกน้อยส่งเสียงพลางกระพือปีก “ดีโน่~”
“เอ๋ เคียวยะสอนให้เรียกชื่อฉันด้วยเหรอ”
“เปล่านะ!!”
ร่างบางปฏิเสธเสียงแข็ง ใบหน้าขาวขึ้นสีแดงก่ำอย่างห้ามไม่อยู่ เขาไม่เคยสอนให้ฮิเบิร์ดพูดชื่อหมอนี่เลยสักครั้ง!! สาบานได้!!!
“ดีโน่~ เจ้าบ้า~ เจ้าบ้า~”
โอเค รู้แล้วว่าใครเป็นคนสอนให้เจ้านกนี่พูดแบบนี้...
มันจำคำพูดของเขามาเองชัวร์!!!
...แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน มีนกช่วยด่า ไม่ต้องเมื่อยปากด่าเอง...ฮิบาริเหยียดยิ้มนิด (อะโห ความคิดคุณพี่ท่านมันช่าง...)
ส่วนความคิดของดีโน่ตอนนี้น่ะหรือ...?
ก่อนที่ดีโน่จะเศร้าไปกว่านี้ เสียงเจื้อยแจ้วของนกสีเหลืองๆ ตัวนั้นก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เล่นเอานัยน์ตาทั้งสองคู่เบิกกว้างอย่างไม่อยากเชื่อหู
ผ่าง!!!
ประหนึ่งสายฟ้าฟาดเข้ากลางหัวเด็กหนุ่มนามฮิบาริ เคียวยะ นัยน์ตาสีเข้มเบิกกว้างพร้อมกับเลือดที่สูบฉีดขึ้นมาบนใบหน้า ส่วนอีกฝ่ายก็กำลังตะลึงเช่นกัน นัยน์ตาสีน้ำตาลฉายแววตกตะลึงปนไปกับความดีใจ
“ฮิเบิร์ด พูดอะไรออกมาน่ะ!?”
ฮิบาริร้องถามลั่นแม้จะรู้อยู่ว่ามันไม่มีทางตอบกลับมา ดีโน่หัวเราะขบขันก่อนจะเอ่ย
“ใครพูดคำนี้ให้ฮิเบิร์ดฟังน้า~?”
อึก!!
คำถามที่เล่นเอาฮิบาริกลืนน้ำลายไม่ลงคอ
“ฉัน – ไม่ – ได้ – พูด – คำ – นั้น – !!!”
เด็กหนุ่มผมดำพูดแต่ละคำออกมาอย่างยากเย็น ดีโน่ยิ้มร่าก่อนเอ่ยสวนด้วยคำพูดที่ทำเอาคนฟังถึงกับสะอึกอีกรอบ
“ฉันยังไม่ได้พูดซะหน่อยว่าเคียวยะพูดคำนั้นน้า~”
ปึด!!
แค่นั้นแหละ เส้นความอดทนของฮิบาริก็ขาดผึง! มือบางกระชับทอนฟา ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปใกล้ม้าพยศที่ตอนนี้พยศไม่ออกเมื่ออยู่ต่อหน้าเมฆาผู้น่ากลัว
ตาย...ตายแน่ๆ
แต่ถ้าตายเพราะเคียวยะล่ะก็...คงโอเคมั้ง?
ดีโน่คิดพลางปรือตาลง จะเจ็บรึเปล่าก็ช่างมันเถอะ เขาก็สมควรจะโดนแล้วล่ะที่ดันมาอวยพรวันเกิดช้าไปกว่าสองวัน ไม่แปลกหรอกที่เคียวยะจะโกรธ
ถ้าไม่ใช่ว่าวันที่ห้านั่นเขาติดงานด่วน...ต่อให้ไม่มีเครื่องบินเขาก็จะมาให้ได้
นัยน์ตาสีน้ำตาลหลับสนิท รอคอยความเจ็บปวดที่กำลังจะมาเยือน...
ฉับพลันนั้นที่ฮิบาริชะงัก ชั่ววูบหนึ่งที่ลังเล ชั่วเวลาเพียงไม่กี่วินาทีที่หยุดนิ่ง แต่มากพอที่จะทำให้ดีโน่ต้องหรี่ตามองอย่างสงสัย
ใบหน้าคมขยับรอยยิ้มบาง
“ไม่ทำแล้วเหรอ...” น้ำเสียงเจือกระแสอบอุ่นดังขึ้น ดีโน่ลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินเข้าไปประชิด “ในระยะแค่นี้เคียวยะไม่พลาดอยู่แล้ว...”
“แก...”
ฮิบาริกัดฟันกรอด มือบางสั่นระริก นัยน์ตาสีเดียวกับผืนฟ้ายามรัตติกาลหรี่ลง ไอ้ม้าบ้านี่กำลังลองใจเขา ไอ้มุกอย่างนี้เคยเห็นมาเยอะแล้ว จะแปลกอะไรที่ไอ้หมอนี่จะทำบ้าง
เปรี้ยง!! โครม!!
ตามบททั่วไป มันต้องเป็นเสียงอาวุธหล่นลงพื้น แล้วตามด้วยบทสวีทวี้ดวิ้ว แต่ของแบบนี้จะใช้ได้อย่างไรในเมื่อเจ้าของอาวุธนั่นคือฮิบาริ เคียวยะ!?
ยังเร็วไปสิบปีถ้าคิดจะลองใจผู้พิทักษ์แห่งเมฆาคนนี้!!
ร่างบางควงทอนฟาอาบเลือด ริมฝีปากบางขยับยิ้มเยาะส่งไปให้ร่างสูงที่โดนซัดเข้าให้จนเซถลาไปโน่น
“คิดว่าฉันไม่กล้างั้นหรือ...?”
“ปละ...เปล่าซักหน่อย” ดีโน่โอดครวญคำตอบอย่างนึกน้อยใจ “ฉันยังพูดไม่จบเลย ซัดมาได้ คนนะไม่ใช่ตุ๊กตายัดนุ่น วันๆ ไม่ท้าสู้ก็ฟาดเอาๆ คนเขาอุตส่าห์รีบบินมาหา ตั้งใจว่าจะมาสุขสันต์วันเกิดให้ หวังว่าจะได้อยู่ด้วยกันสงบๆ สักวัน...”
บอสรุ่นที่ 10 แห่งคาบัคโรเน่แฟมิลี่ทำท่าเหมือนจะเพ้อเข้าไปทุกที ฮิบาริรู้สึกเหมือนโดนใครบางคนเอาน้ำเย็นสาดหน้า มือที่จับทอนฟาเผลอคลายออกจนท่อนเหล็กหล่นกระทบพื้นดังเคร้ง
“ก...แกพล่ามอะไรของแก...”
ฮิบาริเค้นเสียงออกมาลอดไรฟัน ดีโน่เงยหน้าขึ้น มือใหญ่ยกขึ้นปาดเลือดที่เปรอะบนใบหน้าออก
“เข้ามาใกล้ๆ สิ”
“อะไรนะ”
“อยากรู้ก็มาใกล้ๆ ฉันจะได้บอก”
“อยู่ตรงนี้ก็ได้ยิน”
“ไม่เห็นใจคนเจ็บบ้างเหรอ...”
น้ำเสียงตัดพ้อ แต่ฮิบาริยิ่งฟังก็ยิ่งอยากตะโกนด่าดังๆ ว่าไอ้ที่พูดมามันแหลชัดๆ!! แต่ก็นั่นแหละ จนป่านนี้เมฆาก็ยังไม่เคยชนะม้าพยศได้อย่างแท้จริงเลยสักครั้ง รวมไปถึงครั้งนี้ด้วย
“มีอะไรก็ว่ามา” ฮิบาริถอนหายใจพลางคุกเข่าลงข้างๆ
...สัมผัสเย็นปรากฏขึ้นที่ลำคอ พร้อมกับความอบอุ่นบนหน้าผาก...
ฮิบาริก้มลงมองสร้อยเงินที่ร่างสูงกว่าสวมเข้ามาให้ มีแหวนสีทองวงเกลี้ยงวงหนึ่งคล้องอยู่กับสายโลหะเย็นๆ
“แหวนนี่...”
ดีโน่ขยับรอยยิ้มให้อย่างอ่อนโยน ก่อนที่จะก้มลงมอบความอบอุ่นแผ่วเบาให้ที่ริมฝีปาก
ของแถม...
“ค...เคียวยะ...”
“หืม...?”
“ใจ...ใจเย็นๆ แล้วมาพูดกันก่อนดีกว่ามั้ย?”
“ทำไมฉันต้องฟัง”
เปรี้ยง!! โครม!! ตูม!!
ฮิบาริเดินจากไปแล้วหลังจากระบายอารมณ์แก้เขิน(?) ทิ้งซากบอสใหญ่ชาวอิตาลีให้นอนตายอยู่แถวนั้นอย่างไม่ไยดี
------------------------------------------------------------------------------------------------------
*มุดดินหนี*
ขอโทษน้าคุณฮิ~~~~ TwT
รักกับพ่อม้านานๆ นะ รัก D18 ที่สุด~!!
D18 จงเจริญ~ เย้~
(ประกาศความม่วง =[]=?)
----------------------------------------------------------------------------------------------------------
Title: Happy Birthday
Paring: D18
Rate: PG ใสๆ...สินะ (?)
Author: The.wolF
ดาดฟ้าโรงเรียนนามิโมริ
ร่างหนึ่งยืนนิ่ง ทอดสายตาออกไปยังฟากฟ้าเบื้องหน้า ก้อนเมฆขาวก้อนหนึ่งลอยเอื่อยเดียวดาย ต่างจากผู้พิทักษ์แห่งเมฆาที่ยืนพิงรั้ว ข้างกายคือชายผมทองร่างสูงที่กำลังยิ้มแห้งปั้นหน้าไม่ถูก
“อ่า...สะ...สุขสันต์วันเกิดนะเคียวยะ”
เจ้าของวันเกิดเลิกคิ้วนิด เจ้าตัวตวัดนัยน์ตาเย็นชาสีเข้มหันไปมองแล้วเอ่ยถาม
“วันนี้วันที่เท่าไหร่”
“เอ่อ...วันที่เจ็ดพฤษภา---”
“ฉันเกิดวันที่ห้า”
เอื๊อก!!
น้ำเสียงราบเรียบที่เล่นเอาคนสูงวัยกว่าถึงกับกลืนน้ำลายเอื๊อก ใบหน้าคมเริ่มซีด เหงื่อซึมชื้นกับออร่าดำๆ เย็นๆ ที่เริ่มทะมึนออกมาจากร่างของอีกฝ่าย
ซวย...สนิท
ดีโน่แทบจะน้ำตาไหลซะให้ได้ นี่แหละความผิดของหัวใจที่ดันซุ่มซ่ามไปรักใครเข้าไม่รัก ดันมารักเจ้าเด็กหัวหน้ากรรมการรักษาระเบียบคนนี้
คนที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้พิทักษ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในวองโกเล่!
“ม...แหม...นี่ฉันรีบมาที่สุดเท่าที่ทำได้แล้วนะ” เจ้าตัวพยายามง้อสุดชีวิต ถึงจะรู้ก็เถอะว่าง้อไปก็ไม่เคยจะได้ผลสักครั้ง
“เฮอะ” ฮิบาริสะบัดหน้าหนี “ถ้าไม่อยากมาก็ไม่จำเป็นต้องมา”
“โธ่~ นี่ฉันรีบขึ้นเครื่องที่เร็วที่สุดแล้วน้า~” พยายามแก้ตัวต่อไป
“วันที่ห้าฉันไปดูที่สนามบิน...มีเครื่องลงจากอิตาลีสามเครื่อง”
เฮือก!!!
คำตอบกลับของฮิบาริเล่นเอาดีโน่แทบวิญญาณหลุด ด้วยเหตุผลสองประการ ประการแรกคือออร่าที่ชักจะทะมึนขึ้นทุกที ส่วนประการที่สอง...
“วันที่ห้าฉันไปดูที่สนามบิน...มีเครื่องลงจากอิตาลีสามเครื่อง”
“วันที่ห้าฉันไปดูที่สนามบิน...มีเครื่องลงจากอิตาลีสามเครื่อง”
“วันที่ห้าฉันไปดูที่สนามบิน...มีเครื่องลงจากอิตาลีสามเครื่อง”
“วันที่ห้าฉันไปดูที่สนามบิน...มีเครื่องลงจากอิตาลีสามเครื่อง”
“วันที่ห้าฉันไปดูที่สนามบิน...มีเครื่องลงจากอิตาลีสามเครื่อง”
...
นี่แสดงว่าเคียวยะไปรอฉันงั้นเหรอเนี่ย...!?
ระหว่างที่ร่างสูงกำลังสติหลุดกับคำพูดประโยคนั้น อีกฝ่ายก็รีบหันหน้าหนี ซ่อนใบหน้าแดงก่ำไม่ให้อีกฝ่ายเห็น
เผลอพูดไปแล้ว...
เผลอพูดไปแล้วว่าวันนั้นไปรอที่สนามบิน...
ปัดโธ่เว้ย!!
สบถออกมาในใจอย่างหงุดหงิด แล้วทอนฟาคู่กายก็ถูกหยิบออกมาเตรียมใช้งาน
อา...ช่างเป็นวิธีแก้เขินที่น่ากลัวที่สุดในโลก...
คราวนี้แม้แต่วิญญาณก็ไม่เหลือล่ะมั้งพ่อม้า เพราะแค่สติตอนนี้ก็ยังไม่อยู่กับเนื้อกับตัว จะไปหลบทอนฟาของอีกฝ่ายพ้นได้ยังไง...
เปรี้ยง!!
ท่อนเหล็กแข็งฟาดโครมเข้าเต็มๆ ใบหน้าหล่อๆ เจ้าของฉายาม้าพยศ ร่างสูงย้อมเลือดกลิ้งขลุกๆ ไปชนกับรั้วเสียงดังลั่น
“โอ๊ย...เจ็บๆๆ เคียวยะใจร้าย~”
ร่างสูงกว่าตัดพ้อ หากฮิบาริก็ยังคงไม่ใส่ใจ นัยน์ตาสีเข้มเบือนหนี นกน้อยตัวกลมสีเหลืองบินออกจากไหล่ของผู้เป็นเจ้านายไปเกาะเส้นผมสีคล้ายกันของร่างบนพื้น
“ฮิบาริ~ ฮิบาริ~”
ฮิเบิร์ดส่งเสียงเจื้อยแจ้ว ฮิบาริหันขวับมามองอย่างลืมตัว ดีโน่หัวเราะขบขันกับความน่ารักของเจ้านกน้อย(และคิดว่าคงเหมารวมเจ้าของนกไปด้วย)
“ฮะๆ ฮิเบิร์ดนี่น่ารักจังเลยนะ”
“ดีโน่~ ดีโน่~” นกน้อยส่งเสียงพลางกระพือปีก “ดีโน่~”
“เอ๋ เคียวยะสอนให้เรียกชื่อฉันด้วยเหรอ”
“เปล่านะ!!”
ร่างบางปฏิเสธเสียงแข็ง ใบหน้าขาวขึ้นสีแดงก่ำอย่างห้ามไม่อยู่ เขาไม่เคยสอนให้ฮิเบิร์ดพูดชื่อหมอนี่เลยสักครั้ง!! สาบานได้!!!
“ดีโน่~ เจ้าบ้า~ เจ้าบ้า~”
โอเค รู้แล้วว่าใครเป็นคนสอนให้เจ้านกนี่พูดแบบนี้...
มันจำคำพูดของเขามาเองชัวร์!!!
...แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน มีนกช่วยด่า ไม่ต้องเมื่อยปากด่าเอง...ฮิบาริเหยียดยิ้มนิด (อะโห ความคิดคุณพี่ท่านมันช่าง...)
ส่วนความคิดของดีโน่ตอนนี้น่ะหรือ...?
แม้แต่นกยังด่าเขาเลย!! ทำไม!! ทำไมใครๆ ก็แกล้งผม!! ไม่สงสารผมบ้างเหรอ!? ม้าก็มีหัวใจนะ!!!
ก่อนที่ดีโน่จะเศร้าไปกว่านี้ เสียงเจื้อยแจ้วของนกสีเหลืองๆ ตัวนั้นก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เล่นเอานัยน์ตาทั้งสองคู่เบิกกว้างอย่างไม่อยากเชื่อหู
“ฮิบาริ~ รัก~ ฮิบาริ~ รัก~ ดีโน่~”
ผ่าง!!!
ประหนึ่งสายฟ้าฟาดเข้ากลางหัวเด็กหนุ่มนามฮิบาริ เคียวยะ นัยน์ตาสีเข้มเบิกกว้างพร้อมกับเลือดที่สูบฉีดขึ้นมาบนใบหน้า ส่วนอีกฝ่ายก็กำลังตะลึงเช่นกัน นัยน์ตาสีน้ำตาลฉายแววตกตะลึงปนไปกับความดีใจ
“ฮิเบิร์ด พูดอะไรออกมาน่ะ!?”
ฮิบาริร้องถามลั่นแม้จะรู้อยู่ว่ามันไม่มีทางตอบกลับมา ดีโน่หัวเราะขบขันก่อนจะเอ่ย
“ใครพูดคำนี้ให้ฮิเบิร์ดฟังน้า~?”
อึก!!
คำถามที่เล่นเอาฮิบาริกลืนน้ำลายไม่ลงคอ
“ฉัน – ไม่ – ได้ – พูด – คำ – นั้น – !!!”
เด็กหนุ่มผมดำพูดแต่ละคำออกมาอย่างยากเย็น ดีโน่ยิ้มร่าก่อนเอ่ยสวนด้วยคำพูดที่ทำเอาคนฟังถึงกับสะอึกอีกรอบ
“ฉันยังไม่ได้พูดซะหน่อยว่าเคียวยะพูดคำนั้นน้า~”
ปึด!!
แค่นั้นแหละ เส้นความอดทนของฮิบาริก็ขาดผึง! มือบางกระชับทอนฟา ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปใกล้ม้าพยศที่ตอนนี้พยศไม่ออกเมื่ออยู่ต่อหน้าเมฆาผู้น่ากลัว
ตาย...ตายแน่ๆ
แต่ถ้าตายเพราะเคียวยะล่ะก็...คงโอเคมั้ง?
ดีโน่คิดพลางปรือตาลง จะเจ็บรึเปล่าก็ช่างมันเถอะ เขาก็สมควรจะโดนแล้วล่ะที่ดันมาอวยพรวันเกิดช้าไปกว่าสองวัน ไม่แปลกหรอกที่เคียวยะจะโกรธ
ถ้าไม่ใช่ว่าวันที่ห้านั่นเขาติดงานด่วน...ต่อให้ไม่มีเครื่องบินเขาก็จะมาให้ได้
นัยน์ตาสีน้ำตาลหลับสนิท รอคอยความเจ็บปวดที่กำลังจะมาเยือน...
ฉับพลันนั้นที่ฮิบาริชะงัก ชั่ววูบหนึ่งที่ลังเล ชั่วเวลาเพียงไม่กี่วินาทีที่หยุดนิ่ง แต่มากพอที่จะทำให้ดีโน่ต้องหรี่ตามองอย่างสงสัย
ใบหน้าคมขยับรอยยิ้มบาง
“ไม่ทำแล้วเหรอ...” น้ำเสียงเจือกระแสอบอุ่นดังขึ้น ดีโน่ลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินเข้าไปประชิด “ในระยะแค่นี้เคียวยะไม่พลาดอยู่แล้ว...”
“แก...”
ฮิบาริกัดฟันกรอด มือบางสั่นระริก นัยน์ตาสีเดียวกับผืนฟ้ายามรัตติกาลหรี่ลง ไอ้ม้าบ้านี่กำลังลองใจเขา ไอ้มุกอย่างนี้เคยเห็นมาเยอะแล้ว จะแปลกอะไรที่ไอ้หมอนี่จะทำบ้าง
ดีโน่ นายคิดเหรอว่าคนอย่างฮิบาริจะเหมือนคนอื่นทั่วๆ ไป?
เปรี้ยง!! โครม!!
ตามบททั่วไป มันต้องเป็นเสียงอาวุธหล่นลงพื้น แล้วตามด้วยบทสวีทวี้ดวิ้ว แต่ของแบบนี้จะใช้ได้อย่างไรในเมื่อเจ้าของอาวุธนั่นคือฮิบาริ เคียวยะ!?
ยังเร็วไปสิบปีถ้าคิดจะลองใจผู้พิทักษ์แห่งเมฆาคนนี้!!
ร่างบางควงทอนฟาอาบเลือด ริมฝีปากบางขยับยิ้มเยาะส่งไปให้ร่างสูงที่โดนซัดเข้าให้จนเซถลาไปโน่น
“คิดว่าฉันไม่กล้างั้นหรือ...?”
“ปละ...เปล่าซักหน่อย” ดีโน่โอดครวญคำตอบอย่างนึกน้อยใจ “ฉันยังพูดไม่จบเลย ซัดมาได้ คนนะไม่ใช่ตุ๊กตายัดนุ่น วันๆ ไม่ท้าสู้ก็ฟาดเอาๆ คนเขาอุตส่าห์รีบบินมาหา ตั้งใจว่าจะมาสุขสันต์วันเกิดให้ หวังว่าจะได้อยู่ด้วยกันสงบๆ สักวัน...”
บอสรุ่นที่ 10 แห่งคาบัคโรเน่แฟมิลี่ทำท่าเหมือนจะเพ้อเข้าไปทุกที ฮิบาริรู้สึกเหมือนโดนใครบางคนเอาน้ำเย็นสาดหน้า มือที่จับทอนฟาเผลอคลายออกจนท่อนเหล็กหล่นกระทบพื้นดังเคร้ง
“ก...แกพล่ามอะไรของแก...”
ฮิบาริเค้นเสียงออกมาลอดไรฟัน ดีโน่เงยหน้าขึ้น มือใหญ่ยกขึ้นปาดเลือดที่เปรอะบนใบหน้าออก
“เข้ามาใกล้ๆ สิ”
“อะไรนะ”
“อยากรู้ก็มาใกล้ๆ ฉันจะได้บอก”
“อยู่ตรงนี้ก็ได้ยิน”
“ไม่เห็นใจคนเจ็บบ้างเหรอ...”
น้ำเสียงตัดพ้อ แต่ฮิบาริยิ่งฟังก็ยิ่งอยากตะโกนด่าดังๆ ว่าไอ้ที่พูดมามันแหลชัดๆ!! แต่ก็นั่นแหละ จนป่านนี้เมฆาก็ยังไม่เคยชนะม้าพยศได้อย่างแท้จริงเลยสักครั้ง รวมไปถึงครั้งนี้ด้วย
“มีอะไรก็ว่ามา” ฮิบาริถอนหายใจพลางคุกเข่าลงข้างๆ
...สัมผัสเย็นปรากฏขึ้นที่ลำคอ พร้อมกับความอบอุ่นบนหน้าผาก...
ฮิบาริก้มลงมองสร้อยเงินที่ร่างสูงกว่าสวมเข้ามาให้ มีแหวนสีทองวงเกลี้ยงวงหนึ่งคล้องอยู่กับสายโลหะเย็นๆ
“แหวนนี่...”
ดีโน่ขยับรอยยิ้มให้อย่างอ่อนโยน ก่อนที่จะก้มลงมอบความอบอุ่นแผ่วเบาให้ที่ริมฝีปาก
“...ช้าไปวันสองวันไม่โกรธใช่มั้ย...”
“...ขอโทษที่ให้รอนะ...”
“...สุขสันต์วันเกิดนะเคียวยะ...”
.
.
.
~ Fin ~
“...ขอโทษที่ให้รอนะ...”
“...สุขสันต์วันเกิดนะเคียวยะ...”
.
.
.
~ Fin ~
ของแถม...
“ค...เคียวยะ...”
“หืม...?”
“ใจ...ใจเย็นๆ แล้วมาพูดกันก่อนดีกว่ามั้ย?”
“ทำไมฉันต้องฟัง”
เปรี้ยง!! โครม!! ตูม!!
ฮิบาริเดินจากไปแล้วหลังจากระบายอารมณ์แก้เขิน(?) ทิ้งซากบอสใหญ่ชาวอิตาลีให้นอนตายอยู่แถวนั้นอย่างไม่ไยดี
นี่แค่จูบ...ยังฟาดไม่เลี้ยงซะขนาดนี้...
นี่ถ้าทำมากกว่านี้ไม่เกิดใหม่ไปหลายชาติเลยเรอะครับ!?
เคียวยะใจร้าย!!!
.
.
.
ทำใจเหอะเฮีย
~ Fin (จริงๆ ละ) ~
นี่ถ้าทำมากกว่านี้ไม่เกิดใหม่ไปหลายชาติเลยเรอะครับ!?
เคียวยะใจร้าย!!!
.
.
.
ทำใจเหอะเฮีย
~ Fin (จริงๆ ละ) ~
------------------------------------------------------------------------------------------------------
*มุดดินหนี*
ฟิคน่ารัก =.,=
D18 ยันซายย >A<~
#1 By DosNaKoTo on 2008-05-07 21:47