[US] *JN :: สุขสันต์วันเกิด...
posted on 16 Nov 2008 12:27 by wolf-zaa in fiction, US
-------------------
เพื่อให้เข้าใจ กรุณาอ่าน :: Original :: *US ก่อนนะคะ~
-------------------
เหวยยยยยย
HBD เลทอีกแหล่วววววว TAT โน้วววววววววววววว
สุขสันต์วันเกิดย้อนหลังนะจ๊ะ นาโอรุคุง
ถ้ายังจำกันได้ นาโอรุที่ว่า เคยเห็นกันไปแล้วในเอนทรี่ [US] original fiction -- Love & Alcohol และเอนทรี่ [US] Illust :: HBD to me~!!
(อุเคะที่สวยๆ สาวๆ ด้านล่างในเอนทรี่ที่สองนั่นไง
)
นาโอรุเกิดวันที่ 14 พฤศจิกายน
ไอวูล์ฟล่ออัพซะวันที่ 17 = ='''
ขออภัยด้วยเน้อ เค้าไม่ได้ตั้งใจจะเลทน้า~~~~
อ่ะ ของขวัญวันเกิด~~~~ แด่ตัวละครสุดที่เลิฟ
----------------
US*JN Original fiction :: Happy Birthday
Author:The.wolF ; Rate: PG-13?
“นาโอรุ”
เสียงใสๆ คุ้นเคยของเด็กสาวคนหนึ่งดังขึ้นด้านหลัง เรียกให้เด็กหนุ่มเจ้าของชื่อต้องหันกลับไปมอง ก่อนจะพบสาวน้อยผมประบ่าที่รวบเป็นหางม้ายืนอยู่ตรงนั้น นัยน์ตากลมสีน้ำเงินใสแจ๋วเป็นประกาย
“อะไรเหรอ”
วาตาริ นาโอรุ ลุกขึ้นจากเก้าอี้หลังโต๊ะเรียน เด็กสาวคนเรียกยิ้มให้
“อ่ะ สุขสันต์วันเกิด”
“หือ?” นาโอรุเลิกคิ้วนิด แต่ก็รับกล่องของขวัญอันเล็กมาจากอีกฝ่าย
“อะไรเนี่ย?”
“กล่องดนตรีน่ะ” ยูกิ นานาเอะ เอ่ยตอบรับ “นายไม่คิดจะไปหาวารุมิกับซาเนโกะเหรอ? สองคนนั้นก็เตรียมของขวัญมาให้นะ”
“เอางั้น?” นาโอรุยิ้มบางๆ ก่อนจะสะดุ้งเฮือก เมื่อมือข้างหนึ่งจับหมับเข้าที่ไหล่โดยไม่ทันให้ตั้งตัว
“เฮ้ เดี๋ยวเย็นนี้ไปกินไอติมที่ร้านปากซอยโรงเรียนกันมั้ย ได้ยินว่าเป็นไอติมเวียนแบบเดียวกับซูชิเวียนน่ะ พวกจิฮารุก็ไป”
โรเซชิ คุโรริน โผล่หน้าออกมาจากทางด้านหลังของนาโอรุพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง
นาโอรุยิ้มรับ
14 พฤศจิกายน...
วันเกิดของเขาสินะ...
----------
เด็กหนุ่มร่างบางทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มสีขาวครีม นัยน์ตาสีครามปรือลง พร้อมๆ กับกระเป๋านักเรียนที่ถูกโยนลงพื้นอย่างไม่ไยดี
นาโอรุเสตามองเตียงข้างๆ ที่ว่างเปล่าในใจหวนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อตอนเย็น...
.
.
.
“นาโอรุ”
“หืม?”
“แกไม่หึงบ้างเหรอวะ”
เป็นคำถามที่เล่นเอาไอศกรีมสีสดสวยเกือบพุ่งออกจากปากคนฟัง นาโอรุรีบกลืนของหวานเย็นๆ ลงคอ ก่อนจะหันไปถามเพื่อนข้างกาย
“หมายความว่าไงวะโกคุอิ”
“เหอ...นี่แกไม่รู้หรอกเหรอ?” โกคุอิเลิกคิ้วนิดพลางเอื้อมมือไปหยิบถ้วยไอศกรีมคาราเมลบนสายพานมาไว้ตรงหน้า
“รู้อะไร”
โกคุอิหันหน้าไปพยักเพยิดกับโทยะ ร่างสูงขยับยิ้มนิด
“วันนี้จินโนสึเกะมันไปจีบสาว”
พรูดดดดด
แค่นั้นแหละ ไอศกรีมวานิลลาฟัดจ์คำสุดท้ายในปากของนาโอรุก็พรวดกลับลงถ้วยโดยไม่ตั้งใจ เด็กหนุ่มร่างบางดันถ้วยไอศกรีมออกห่างก่อนจะหยิบกระดาษทิชชู่ขึ้นเช็ดปาก
"ไม่ใช่ว่ามันโดดเรียนไปเที่ยวกับไอ้ชินกับเซจิโร่หรอกเหรอ?”
“ก็ไปพร้อมกันทั้งสามคนนั่นแหละ” โทยะยักไหล่พลางตักเชอร์เบทเข้าปาก
“ไหนว่ามันไปเกมเซนเตอร์”
“โรงหนังที่ไหนก็มีเกมเซนเตอร์”
“มันไปโรงหนัง?”
“อ่าฮะ”
เด็กหนุ่มสวมแว่นตอบง่ายๆ มือก็เอื้อมไปหยิบถ้วยไอศกรีมกาแฟจากสายพานตรงหน้ามาตักกิน ไอศกรีมบนสายพานเวียนนี้แต่ละถ้วยเป็นเพียงถ้วยเล็กๆ ราคาไม่แพง เพื่อที่ว่าจะได้กินเร็วๆ แล้วกินถ้วยอื่นต่อได้เลย
นาโอรุหรี่ตามองสองหนุ่ม
“โทยะ โกคุอิ พวกแกรู้อะไรมา?”
“ข่าวล่าจากจิฮารุ” โทยะหัวเราะขบขัน เรียกคิ้วเรียวของนาโอรุให้ขมวดเข้าได้เป็นอย่างดี เพราะเป็นที่รู้กันดีว่ามิยาโนะ จิฮารุ แทบจะเรียกได้ว่าเป็นนักข่าวประจำห้อง แทบไม่มีข่าวซุบซิบไหนตกหล่นจากสายตาเธอไปแม้แต่น้อย และข่าวเหล่านั้นมักเชื่อถือได้เสมอ
“ข่าวอะไร เล่ามาเร็วๆ”
พลันรูปถ่ายรูปหนึ่งก็ปลิวมาตรงหน้า นาโอรุเงยหน้าขึ้นมองเด็กสาวนัยน์ตาสีม่วงที่นั่งอยู่ถัดไปสองสามเก้าอี้
จิฮารุยิ้มให้พลางเอาช้อนเขี่ยๆ เศษเชอร์เบทมะนาวที่เหลืออยู่ก้นถ้วย
“นี่ไงข่าว”
มือบางสั่นระริกยามหยิบรูปใบนั้นขึ้นมาดูชัดๆ
...เด็กหนุ่มร่างสูงหน้าตาคุ้นเคย กำลังสวมสร้อยคอให้กับสาวน้อยหน้าตาน่ารักสองคนอยู่หน้าร้านเครื่องประดับ...
สาวน้อยหน้าตาน่ารัก...สองคน...
...ที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน...
.
.
.
นาโอรุเผลอกัดกลีบปากโดยไม่ตั้งใจ
นึกแปลกใจที่รู้สึกร้อนวาบๆ ที่หน้าอก...กับขอบตา...
บ้าน่ะ...จะร้องไห้ทำไม...
...เขาไม่ได้เป็นอะไรกับหมอนั่นสักหน่อย...
แขนเรียวยกขึ้นปิดหน้าปิดตา ในใจหวนนึกถึงเด็กหนุ่มเพื่อนร่วมห้องที่หายตัวไปตั้งแต่เช้า...และจนบัดนี้ก็ยังไม่โผล่หน้ามาให้เห็น
มันอดไม่ได้ที่จะรู้สึกน้อยใจ
แม้จะบอกตัวเองว่าไม่ได้เป็นอะไรกับคนคนนั้น แต่ส่วนลึกของหัวใจกำลังร้องถาม
ไปไหน...
ไปกับใคร...
ทำไม...จำวันเกิดเขาไม่ได้งั้นเหรอ...?
อาสึมะ จินโนสึเกะ ไม่ใช่คนขี้ลืม แถมยังไม่ใช่คนที่ชอบล้อเล่นกับความรู้สึกของคนอื่น
แล้วทำไมถึงพูดแบบนั้นล่ะ...
‘...แต่จะบอกให้อย่างว่าฉันน่ะ ไม่ได้จูบใครง่ายๆ หรอกนะ’
คำพูดที่ทำให้หัวใจเตลิดคิดไปไกล
สุดท้ายมันก็แค่นั้นเองงั้นเหรอ?
หยาดน้ำใสหยดลงมาตามแก้ม
พอดีจังหวะเดียวกันกับที่ประตูห้องถูกเปิดออกช้าๆ นาโอรุยันตัวขึ้นนั่งเมื่อเห็นบุคคลที่เข้ามา
จินโนสึเกะ...
“อ้าว ยังไม่หลับหรอกเรอะ”
ร่างสูงเลิกคิ้วนิดพลางลูบๆ เสื้อเชิ้ตสีขาวที่ยับย่นให้เข้าที่ ก่อนที่นัยน์ตาสีนิลจะหรี่ลงเมื่อเห็นใบหน้าหวานของอีกฝ่าย
“นาโอรุ?”
“...อะไร” เจ้าของชื่อฝืนถามออกไปอย่างยากเย็น
“แกร้องไห้งั้นเหรอ?”
“เปล่า!!” นาโอรุรีบยกมือขึ้นปาดน้ำตาอย่างรวดเร็ว “ทำไมฉันต้องร้อง ไม่มีเหตุผลที่ต้องร้อง!!”
คำพูดที่ตัวเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ากำลังพูดให้ตัวเองหรือพูดให้อีกฝ่ายฟัง
เด็กหนุ่มร่างบางรีบลุกขึ้นจากเตียง แล้วสาวเท้าฉับๆ เข้าห้องน้ำไป จินโนสึเกะเลิกคิ้วสูง ก่อนจะตัดสินใจเดินตามเข้าไป
“เฮ้”
“ตามเข้ามาทำไม!?” นาโอรุหันหลังกลับไปกระชากเสียงถาม แต่จินโนสึเกะกลับไม่ถอยออกจากห้อง
“นายเป็นอะไร”
“เรื่องของฉัน!!”
“อ้อเหรอ?” จินโนสึเกะว่าพลางเดินเข้าไปใกล้แล้วยกมือขึ้นขยี้เส้นผมสีแปลกตาเบาๆ “แกนี่บอบบางได้อีกว่ะ แน่ใจนะว่าไม่มีอะไรอยากพูด?”
“ไม่มี!”
“...งั้นก็ดี” จินโนสึเกะพยักหน้าหงึกๆ ก่อนจะหันหลังกลับ ทำท่าจะเดินออกไป แต่วินาทีที่นาโอรุขยับกายจะเอ่ยเรียก ร่างสูงก็หันขวับกลับมาอย่างรวดเร็ว
“ปล่อยนะ!” เด็กหนุ่มร่างเล็กรีบร้องลั่นเมื่อถูกคนตัวใหญ่กว่ารวบเข้าไปในอ้อมกอด นาโอรุพยายามดิ้นให้หลุดจากพันธนาการ แต่เมื่อหลุดออกมาได้ กลับต้องพบกับแขนแกร่งที่ยันเคาน์เตอร์ซิงค์น้ำเพื่อล็อกตัวเขาไว้ ไอ้คนต้นปัญหายิ้มขันๆ แล้วโน้มลงซุกใบหน้าเข้ากับเส้นผมนุ่มสีอ่อน
“หอมว่ะ”
“หุบปาก!! แกน่ะเงียบไปเลย!!” นาโอรุกรีดเสียงด่า “ปล่อยฉัน! อย่ามายุ่งกับฉัน! ไอ้บ้า ไอ้บ้า ไอ้บ้า!!!”
“โหย ด่าเป็นชุดกันงี้เลยเรอะ?”
“ก็เออสิ!! ได้ยินเป็นคำชมหรือไง!?”
“วุ้ย ปากเสียว่ะแกนี่ เดี๋ยวก็ลงโทษซะหรอก”
“ลงโทษบ้าอะไร! ฉันผิดอะไรอีกล่ะ!? เออ ฉันมันเลวนักใช่มั้ย!? เลวนักก็ปล่อยฉันซะทีสิวะ!!!”
“ฉันยังไม่ได้ว่าเลยนะ”
“ก็ช่างหัวฉันสิ!!”
“...หนวกหูว่ะ ให้ตายเหอะ รู้สึกยังกับถูกผู้หญิงด่าอยู่เลยว่ะ” จินโนสึเกะบ่นพึมพำ เหมือนมันจะจี๊ดเข้ากลางใจไอ้คนโดนว่า นาโอรุตวัดสายตามองอีกฝ่ายเขียวปั้ดจนน่ากลัว แต่มองได้ไม่นาน นัยน์ตาสีครามก็ต้องเบิกกว้าง
...
เวลาผ่านไปโดยไม่มีเสียงใดเกิดขึ้น
อาจจะเป็นเพราะพูดไม่ได้
นาโอรุได้แต่ดิ้นน้อยๆ อยู่ในอ้อมกอดของอีกฝ่าย ภาพของเด็กหนุ่มปากดีคนเมื่อครู่หายวับไปกับตา ไม่รู้เพราะเจ้าตัวหมดแรงจะดิ้นหรือจงใจไม่ดิ้น แต่ที่แน่ๆ เขาปล่อยให้อีกฝ่ายกอบโกยผลประโยชน์จากริมฝีปากไปง่ายๆ เสียอย่างนั้น
จินโนสึเกะผละใบหน้าออก นัยน์ตาสีนิลมองใบหน้าหวานสีแดงก่ำของร่างบางแล้วยิ้มกว้าง
นาโอรุก้มใบหน้าสีเรื่อลงซุกกับแผ่นอกกว้าง
“...ทำไม...”
“หือ?” จินโนสึเกะเลิกคิ้วนิดเมื่อได้ยินเสียงกระซิบอู้อี้แผ่วเบา นาโอรุเงยหน้าขึ้นสบตา นัยน์ตาสีครามคู่สวยกำลังฉายแววเศร้าแปลกๆ แบบที่เขาแทบไม่เคยได้เห็นมาก่อน
“ทำไม...ถึงทำแบบนี้...?”
นาโอรุถามเสียงสั่น จินโนสึเกะไม่ตอบ เขาไม่รู้ว่าช่วงเวลาที่ความเงียบเข้าปกคลุมมันนานสักแค่ไหน แต่สำหรับเขา มันนานเสียยิ่งกว่านาน
แล้วในที่สุด ร่างสูงก็เอ่ยตอบ
“...ทำไมจู่ๆ ถึงถาม?”
“เพราะฉันไม่ใช่ของเล่นของนาย!!” เสียงหวานตวาดลั่นพร้อมกับสะบัดตัวจนหลุดจากอ้อมกอด “ฉันไม่ใช่ที่ระบายอารมณ์ของใคร! กลับไปหาสาวๆ ของแกซะไป!!”
“หา?? อะไรของแกวะ?” จินโนสึเกะทำเสียงงงๆ เมื่อจู่ๆ ก็ถูกตวาดโดยไม่ทันตั้งตัว นาโอรุถลึงตามองใบหน้าคมของอีกฝ่าย
“แกคิดว่าอะไรซะอีกล่ะ!? คิดหรือไงว่าฉันไม่รู้น่ะว่าแกโดดเรียนไปม่อสาว!!”
“ม่อสาว...” จินโนสึเกะทวนคำ เขามองหน้าของนาโอรุชั่วแวบ ก่อนที่จะเบือนหนี ซบใบหน้าลงกับฝ่ามือ แล้วก็...
“ไอ้ขนม!! ไอ้หวาน!! เจอกันอีกทีฉันจะไปฆ่ามันไอ้แฝดนรก!!”
ความโกรธของนาโอรุหายไปชั่วครู่เมื่อได้ยินเสียงคำรามของอีกฝ่าย ซึ่งเขาฟังยังไงมันก็ไม่ใช่ภาษาญี่ปุ่น จินโนสึเกะที่เหมือนจะยังไม่รู้ตัวว่าหลุดภาษาไทยอันเป็นภาษาบ้านเกิดออกมาก็ยังสบถต่อไป
“...ทำไมนาโอรุมันรู้ได้วะ!? ไอ้สาวแฝดนั่นไปปูดหรือไง ขึ้นมาโตเกียวมาสร้างความเดือดร้อนให้ตูอีก!! รู้งี้ไล่กลับชิซึโอกะไปซะแต่แรกแล้ว ไอ้น้องเวรเอ๊ยยย”
นาโอรุกะพริบตาปริบๆ อารมณ์คุกรุ่นเมื่อครู่หายวับไปกับตา
เขาก็พอจะรู้อยู่ว่ามันมีเลือดญี่ปุ่นในตัวน้อยนิด แต่อยู่กันมาหลายปีเขาไม่เคยได้ยินมันพ่นภาษาบ้านเกิดของมันไฟแลบแบบนี้!!
“เอ่อ...ประทานโทษ แกจะด่าอะไรก็พูดให้ฉันเข้าใจด้วยหน่อย”
นาโอรุกระแอมเบาๆ จินโนสึเกะทำหน้าเหมือนเพิ่งนึกได้ รีบเปลี่ยนภาษาในการพูดทันที
“อ๊ะ โทษที เผลอหลุด” ร่างสูงว่า “ว่าแต่...แกหายโกรธแล้วเรอะ?”
เด็กหนุ่มร่างเล็กชะงัก
นัยน์ตาสีครามหันกลับมาค้อนขวับทันที เล่นเอาร่างสูงกลืนน้ำลายเอื๊อก นึกด่าตัวเองในใจว่าไม่น่าพูดออกไปเลยวุ้ย
“ถอยไป!! ไม่ว่าเมื่อกี้แกพูดอะไรออกมา ฉันไม่สนแล้ว!!!”
เสียงหวานเอ่ยกร้าวพร้อมเอามือดันอีกฝ่ายให้พ้นทางประตู หากคนถูกไล่กลับยืนเฉย นาโอรุขมวดคิ้วพลางมองไอ้คนที่กำลังทำหน้ากวนอวัยวะเบื้องล่างเป็นอย่างยิ่ง
“ไม่ได้ยินเรอะ! ฉันบอกให้ถอย!!”
“ถ้าฉันถอยแกยอมจูบฉันมั้ยล่ะ?”
...
“งั้นแกก็ออกไปจากห้องน้ำซะ!! ฉันจะเข้า!!!” เมื่อเห็นว่าไม่มีเถียงไม่ออกก็หาทางเอ่ยไล่ด้วยการหนีเข้าห้องน้ำ แต่จินโนสึเกะยังยิ้ม
“ฉันก็จะเข้า”
“งั้นแกก็เข้าไปก่อน!!”
“ฉันรอแกเสร็จอยู่”
“แกก็ออกไปจากห้องซะทีสิ!!”
“จูบฉันก่อนสิ”
...ไอ้ **ตื๊ด** จินโนสึเกะ!!!
นาโอรุกรีดเสียงด่าลั่นในใจ นัยน์ตาสีครามกำลังฉายชัดถึงอารมณ์โกรธเกรี้ยวที่ปะทุขึ้นมาอีกครั้งยิ่งกว่าภูเขาไฟระเบิด กลีบปากบางถูกกัดอย่างแรงจนเลือดแทบซึม เส้นเลือดที่ขมับกำลังปวดตุบๆ มือเรียวทั้งสองข้างกำหมัดแน่น
ร่างเล็กตวัดสายตาเงยขึ้นมองก่อนที่น้ำเสียงหวานจะเอ่ยนิ่งๆ
“งั้นถ้าแกยอมเลิกยุ่งกับฉัน ฉันจูบแกก็ได้”
จินโนสึเกะยิ้มรับ
หากคำพูดที่เอ่ยออกมา กลับกลายเป็นเสียงคำรามดังลั่น
“แกจะบ้าเรอะ!? นั่นมันน้องสาวฝาแฝดของฉันโว้ย!!! แกคิดว่าฉันสิ้นคิดถึงขนาดจีบน้องสาวตัวเองเลยหรือยังไงฮะ!?!”
...น้องสาว?
นาโอรุเหมือนถูกอะไรสักอย่างกำลังปั่นหัวให้หมุนติ้ว แค่ประโยคสั้นๆ แต่เขากลับใช้เวลาพอสมควรในการทำความเข้าใจและรับรู้...
“น้องสาว...?”
“เออ” จินโนสึเกะถอนหายใจ “น้องสาวฝาแฝดของฉันเอง คาโนะกับวานะ ฉันแค่ให้ยัยสองคนนั่นช่วยเลือกของให้นิดหน่อยก็แค่นั้น”
...
...ซวย...
...ซวยโคตร...
เป็นคำเดียวที่นาโอรุคิดออกตอนนี้
นี่ตรูกำลังโกรธบ้าอะไรอยู่เนี่ย!?!
อาการของเด็กหนุ่มตอนนี้แทบจะเรียกได้ว่าสาวแตก อยากจะกรีดร้องด่าออกมาดังๆ กับไอ้คนที่ทำอะไรไม่เคยคิดจะบอก ไอ้เลวววววววววว พี่น้องมันมีใครบ้างไม่เคยคิดจะบอก!?!
ร่างบางยกมือขึ้นปิดปาก ใบหน้าหวานแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ นัยน์ตาสีครามสบกับอีกฝ่ายเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่จะรีบเบือนหนีไปทางอื่น
เป็นอากัปกริยาที่จินโนสึเกะถึงกับหลุดยิ้ม
“...เอามือออก”
“หือ?”
นาโอรุชะงัก เงยหน้าขึ้นมองร่างสูง เขาเกือบจะเอามือออกแล้วถ้าไม่ใช่ว่าอีกฝ่ายสั่งมาแบบนี้ เด็กหนุ่มหยุดคิดชั่ววูบก่อนจะตัดสินใจเอามือค้างไว้อย่างนั้น
จินโนสึเกะเลิกคิ้ว
“ฉันบอกให้เอามือออกไง”
“ไม่เอา”
“เออ งั้นก็ตามใจ” จินโนสึเกะพยักหน้าพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายยังนิ่ง แถมยังถอยกรูดไปจนชิดผนังด้านโน้น คนตัวสูงกว่าก็ถอนหายใจ
“...งั้นก็มานี่ ฉันไม่ฉวยโอกาสกับแกแล้ว สัญญาน่า”
“แน่ใจ?”
“เออ แน่ใจ”
ร่างบางขยับก้าวมาข้างหน้าช้าๆ ไม่กล้าพูดอะไรออกไปทั้งนั้น เพราะสิ่งที่เขาทำไปเมื่อครู่นั้นแสนน่าอับอายขายหน้าจนไม่รู้จะวางตัวยังไงให้ถูก
จินโนสึเกะส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะตัดสินใจคว้าแขนอีกฝ่ายอย่างแรงจนร่างบางมายืนอยู่ประจันหน้าเขา
แขนแกร่งโอบร่างบางให้เข้ามาอยู่ในอ้อมกอด มือใหญ่ลูบเส้นผมนุ่มสีอ่อนเบาๆ
สัมผัสเย็นวาบขึ้นที่ใบหู
นาโอรุปัดผมให้พ้นจากหูข้างนั้น พร้อมกับหันตัวกลับไปมองในกระจก
เด็กหนุ่มยืนค้างอยู่หลายวินาที ก่อนที่มือบางจะหยิบโลหะเย็นออกมาไว้ในมือแล้วยกขึ้นดูให้ชัดๆ
...ต่างหูสีเงินแบบหนีบสองอันที่มีสายโซ่อันเล็กร้อยทั้งสองเอาไว้ด้วยกัน...โลหะรูปดาวอันเล็กจิ๋วห้อยประดับบนโซ่สีเงิน...
นาโอรุเบือนใบหน้ามามองร่างสูงกว่าอย่างไม่อยากเชื่อ
...ต่างหู...แบบเดียวกับที่เขาเคยบ่นว่าอยากได้นักหนา...
จินโนสึเกะยิ้ม
“...สุขสันต์วันเกิด นาโอรุ”
-----END-----
- จินโนสึเกะเป็นลูกเสี้ยวญี่ปุ่น แม่เป็นคนไทยแท้ พ่อเป็นลูกครึ่ง ไทย-ญี่ปุ่น
- จินโนสึเกะมีพี่สองสามคน เป็นพี่ชายหนึ่ง น้องสาวอีกสอง
- น้องสาวที่ว่าเป็นฝาแฝด ชื่อ "คาโนะ" กับ "วานะ" มีชื่อไทยว่า "ขนม" กับ "หวาน"
- หลังเหตุการณ์นี้ ที่หูข้างซ้ายของนาโอรุจะใส่ต่างหูอันนี้ไว้เสมอ จะอยู่บ้านหรือออกไปไหน ก็ยังใส่อันเดิมอันนี้ไม่มีเปลี่ยน
- นาโอรุไม่เจาะหู เลยชอบต่างหูแบบหนีบ
สุดท้าย
- หนึ่งเม้นต์ = หนึ่งกำลังใจ...นะคะทุกคน TwT





“ถ้าฉันถอยแกยอมจูบฉันมั้ยล่ะ?”
ประทับใจประโยคนี้ค่ะ
#1 By ⓡⓘⓧⒶⓛ ┈━═☆ เพ้อคีย์ที่ซู้ด on 2008-11-17 19:44