[US] JN*Fiction :: เล่นของสูง
posted on 27 Dec 2008 11:18 by wolf-zaa in fiction, US
-------------------
เพื่อให้เข้าใจ กรุณาอ่าน :: Original :: *US ก่อนนะคะ~
-------------------
หายหัวไปหลายวัน
Happy X'mas ย้อนหลังนะคะทุกคน~~ >w<
ช่วงนี้แอบนอย TwT เครียดค่ะ จะจบ ม.3 แล้วอ้ะ~~ ฮืออออออออออออออ เศร้าาาา ไม่อยากจบบบบ ไม่อยากไปสอบเข้าที่ไหนนนนน ว้าก้าาาา ขี้เกียจอ่านหนังสืออออออ (อันหลังนี่คือประเด็น - -)
เอาเถอะ
เข้าประเด็นกันดีกว่าเนอะ
อิวูล์ฟกลับมาพร้อมฟิค US อีกแล้วค่ะ
จะมีคนอ่านมั้ยเนี่ย
แอบเฟล
------------------
US*JN Original Fiction :: เล่นของสูง
Author: The.wolF ; Rate: PG-13?
[ ...รู้ว่าเสี่ยง แต่คงต้องขอลอง
รู้ว่าเหนื่อย แต่อยากได้ของที่อยู่สูง ยังไงจะขอลองดูสักที... ]
แอ๊ด...
เสียงประตูห้องถูกเปิดออกช้าๆ เรียกให้สายตาของนาโอรุหันกลับไปมอง เด็กหนุ่มร่างบางเลิกคิ้วนิดเมื่อเห็นร่างสูงของใครบางคนที่เดินเข้ามา
“หือ? กลับมาแล้วเหรอ หายไปไหน ---”
“เหวยยยยย”
“เฮ้ย!!”
เสียงหวานร้องลั่นเมื่อจู่ๆ เสียงแหบห้าวคุ้นเคยของคนเป็นเพื่อนดังขึ้นขัดจังหวะเขา พร้อมๆ กับเด็กหนุ่มร่างสูงที่ล้มเผละลงบนเตียง นาโอรุอ้าปากค้าง มองดูเพื่อนร่วมห้องที่กำลังนอนแผ่หมดสภาพอยู่บนเตียงของเขาอย่างไม่เข้าใจ
“จินโนสึเกะ?”
“เออ ฉันเองเว้ย ไม่ใช่ผีที่ไหน”
เสียงตอบรับแหบต่ำกว่าปกติ แถมยังบวกกับอาการหอบเล็กๆ และเหงื่อที่ท่วมตัว ทำให้นาโอรุต้องเลิกคิ้วสูงอีกครั้งก่อนจะเอ่ยถาม
“แข่งกีฬาอะไรมาอีกล่ะ?”
“แข่งบอล” จินโนสึเกะตอบพลางเอาแขนก่ายหน้าผาก “เหนื่อย ร้อนโคตร ไอ้เด็กเวรนั่นเสือกเตะบอลจากโกล์มันเข้าโกล์ทีมฉัน! จู่ๆ ก็ของขึ้น ฉันล่ะจะบ้า”
“ใครวะ?”
“แฟนน้องโทยะ”
“ทำไม่ได้อย่างโบเครุเขาล่ะสิ” นาโอรุหัวเราะคิก เล่นเอาจินโนสึเกะหันมามองตาเขียวปั้ด ก่อนที่จะพยักหน้ารับอย่างปลงๆ
“เออๆ จะว่าอะไรก็ว่าไป ไม่มีแรงจะเถียงแก”
“แล้วใครชนะ”
“ฉัน”
“แล้วแกจะบ่นเพื่อ!?” คนตัวเล็กกว่าจัดการฟาดเข้าให้ที่แขนของอีกฝ่ายเบาๆ อย่างไม่จริงจังนัก แต่คนโดนตีกลับทำหน้าเบ้อย่างเจ็บปวด
“ทำร้ายคนเหนื่อยนี่หว่า”
“อ๊ะ โทษที เจ็บเหรอ”
“ไม่”
“แล้วจะบ่นทำไม”
“พอใจ”
“เวร”
นาโอรุแยกเขี้ยวใส่ไอ้คนชอบเถียง แต่มือก็ยังอุตส่าห์โยนขวดน้ำเย็นไปให้อีกฝ่าย จินโนสึเกะมองขวดน้ำในมือแล้วขยับยิ้มรับ
“ขอบใจว่ะ”
“ฉันรู้ว่าแกหิว”
“อืม...แกรู้ แล้วเมื่อไหร่แกจะรู้ใจฉันซะที?”
...
ถ้าเป็นสาวๆ คนอื่น ได้ยินเขาพูดแบบนี้คงจะหน้าแดงก่ำทำอะไรไม่ถูกไปแล้ว
แต่ไอ้หมอนี่...ไอ้คนตรงหน้าเขาคนนี้...มันไม่ใช่สาว...แล้วมันก็ไม่ได้ขี้อายไร้เดียงสาทำอะไรไม่เป็นเนี่ยสิ...
มันหันมาสบตาเขา
มันยิ้มรับ
แล้วมันก็เอ่ยตอบ
“แกก็ควักหัวใจออกมาให้ฉันชำแหละสิวะ”
...ปากมันไม่ได้น่ารักตามหน้าตาเลยจริงๆ เหอะ
...ให้ตายชักสิ...
จินโนสึเกะกุมขมับ ไอ้ปกติเขาก็ไม่ใช่คนชอบเล่นมุขเสี่ยวอะไรนักหรอกเพราะเขาก็ไม่ได้ชอบจีบสาว เพียงแต่ว่าเว้นไว้กับไอ้หมอนี่สักคนหนึ่ง
และคำที่เขาเพิ่งจะถามไปน่ะ เขาถามมันจริงๆ
เขาต้องการคำตอบจริงๆ...
และเขาอยากให้มันรู้...
มันรู้ ว่าเขารักมัน
...เพียงแต่มันไม่รู้...ว่าเขาจริงจังกับมันแค่ไหน...
[ ...รู้ว่าเรา แตกต่างกันเท่าไร
รู้ว่าเธอ อยู่ไกลอยู่สูงขนาดไหน ใครๆ ก็รู้เป็นไปไม่ได้หรอก
แต่คำว่ารักมันสั่งให้ฉันต้องปีนขึ้นไป... ]
“เป็นอะไร ทำเงียบ เดี๋ยวนี้แซวนิดแซวหน่อยทำงอนเหรอ”
เสียงหวานเอ่ยถาม เรียกให้นัยน์ตาสีนิลของคนตัวสูงกว่าหันไปมองขวางๆ ซึ่งไอ้เขาก็หมดแรงจะเถียงกับมัน แค่ต้องไปเตะบอล รับหน้าที่วิ่งทั่วสนามมันก็เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว ยังจะต้องมาโดนมันเชือดอีกนี่ทำให้เหนื่อยเข้าไปใหญ่
“ขอเหอะ นาโอรุ เลิกเถียงกันสักวันได้มั้ย ฉันเหนื่อยว่ะ”
“ก็แกนั่นแหละเป็นคนเริ่มเถียง” นาโอรุแยกเขี้ยวใส่ ก่อนจะย้ายที่นั่งจากโต๊ะทำงานมานั่งบนเตียงข้างๆ กับที่เขานอนอยู่ “ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะ? เหนื่อยมากเลยเหรอ?”
“เอาภาษาชาวบ้านนะ เหนื่อยโคตรๆ เลยว่ะ”
“อือ งั้นแกก็นอนพักไปดีกว่า” นาโอรุพยักหน้ารับ “เดี๋ยวฉันจะไปหาพวกเพนชิละกัน จะได้ไม่กวนแก”
มันพูดจบก็ทำท่าจะลุกออกไป
...ไม่ได้จะรู้ใจเขาบ้างเล้ย...
“...แล้วแกจะจับฉันไว้ทำไมเนี่ย?”
นาโอรุเอ่ยถามอย่างสงสัยเมื่ออีกฝ่ายคว้าข้อมือเขาไว้ไม่ให้เดินไปไหน จินโนสึเกะเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าหวานชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยตอบ
“ไม่ต้องไปไหนล่ะ อยู่เป็นเพื่อนฉันนี่”
“ไม่ได้จะหลับหรอกเรอะ?”
“ไม่เอา ฉันว่าแกไปเอาซีดีมาเปิดเพลงดีกว่า ฉันเพิ่งฝากโอคามิกับมาโมริไรท์แผ่นมาเมื่อวาน ยังไม่ได้ลองเปิดดูเลยว่ะ ถ้าเปิดแล้วใช้ไม่ได้แกค่อยไปให้ยัยสองคนนั้นไรท์ให้ใหม่”
“แกไม่ไว้ใจคนอย่างโอคามิ เพนชิ กับชิชิกิ มาโมริ เนี่ยนะ?” นาโอรุเลิกคิ้ว ถ้าฝากพวกคนอื่นในห้องจะไม่ว่าเลยที่จะไม่ไว้ใจ แต่กับสองคนนี้มันยังไงๆ อยู่
“ก็ไว้ใจไง ฉันเลยชัวร์ว่าแกได้อยู่กับฉันแน่”
“ไอ้บ้า” ด่าเสร็จร่างบางก็ก้าวฉับๆ ลุกขึ้นจากเตียง มือบางหยิบแผ่นซีดีที่อยู่บนโต๊ะทำงานขึ้นมาวางใส่ในเครื่องเล่นซีดี เขาหันมองแผ่นกระดาษที่เขียนรายชื่อเพลงที่วางอยู่ข้างๆ ก่อนจะเลิกคิ้วสูง
“จินโนสึเกะ”
“หือ?”
“เพลงอะไรของแกวะ ฉันอ่านไม่เห็นออก ภาษาอะไรวะเนี่ย?”
“อ้อ รายชื่อเพลงน่ะเหรอ?” จินโนสึเกะยันตัวลุกขึ้นนั่ง “เพลงไทยน่ะ แกก็รู้ว่าฉันมันคนไทย แกจะเอาอะไรกับฉันมาก”
“เพราะมั้ย?”
“ก็เพราะดี ฉันชอบ” ร่างสูงเอ่ยตอบ “ไม่เพราะฉันจะเอามาไรท์ทำไมล่ะหือ? คิดสิคิด”
“...ปากเสียอย่างนี้แล้วแกก็ยังจะบอกว่าไม่มีแรงจะเถียง” เด็กหนุ่มร่างบางหันมาแยกเขี้ยวใส่อีกครั้ง จินโนสึเกะหัวเราะเบาๆ พลางเอื้อมมือไปหยิบแผ่นกระดาษจากมืออีกฝ่ายมากวาดตามอง
...
“...เลื่อนไปเพลงที่ 15 ให้หน่อย”
“เพลงโปรดแกเหรอ?”
“อือ...ช่วงนี้ฉันชอบฟังเพลงนี้น่ะ”
มือบางเอื้อมไปเลื่อนเปลี่ยนเพลงให้ตามคำบอกของอีกฝ่าย
[ ...ได้เกิดมาเจอเธอทั้งที ไม่ว่ายังไงจะลองดีสักวัน
อยากรักก็ต้องเสี่ยง ไม่อยากให้เธอเป็นเพียงภาพในความฝัน...
...ลำบากลำบนไม่สนใจ
ตะเกียกตะกายสักเพียงใดก็ดีกว่าปล่อยเธอไปจากฉัน...
...ตกหลุมรักจริงๆ เพราะรักจริงๆ เธอคงไม่ว่ากัน... ]
เสียงเพลงดังก้องไปทั่วห้องพักแคบๆ ที่แสนคุ้นตา
นาโอรุเหลือบหันไปมองอีกฝ่าย เสียงทุ้มห้าวกำลังร้องเพลงคลอตามเบาๆ...
ร่างบางขมวดคิ้ว ใบหน้าคมคายนั่นกำลังทำอะไรแปลกๆ แบบที่เขาไม่เข้าใจ
เหมือนกับเหนื่อย...แต่ก็ยังยิ้ม...
เหมือนกับกำลัง...ปล่อยให้ตัวเองไหลไปกับความหมายของเนื้อเพลง...
...
“นี่เพลงอะไรน่ะ?” นาโอรุตัดสินใจเอ่ยถาม จินโนสึเกะหยุดชะงัก ก่อนที่จะหันใบหน้ากลับมาสบตาแล้วขยับยิ้ม
“เล่นของสูง”
“อ...ฮะ? อะไรนะ??” ร่างบางขมวดคิ้วเมื่อได้ยินภาษาที่ไม่คุ้นเคย คราวนี้คนฟังถึงกับหัวเราะออกมาก่อนจะเอ่ยซ้ำอีกรอบ
“เล่นของสูง”
“...แกอย่าแกล้งฉันได้มั้ย ก็รู้ว่าฉันฟังภาษาไทยไม่ออก” นาโอรุแยกเขี้ยวงุด “ขอคำแปลได้มั้ยขอร้องเหอะ ฉันฟังออกแต่อังกฤษกับญี่ปุ่นนะ”
“หึ”
...
แล้วไอ้ “หึ” คำเดียวของแกนี่มันทำให้รู้เรื่องขึ้นอีกเยอะเลย...!!
นาโอรุลอบด่าอีกฝ่ายในใจ ไอ้บ้าจินโนสึเกะ! ตอบก็ไม่ตอบยังจะมาทำหน้ากวนฝ่าพระบาท แถมยังจะมาหัวเราะในลำคออย่างน่าหมั่นไส้ซะอีก! ตบมันเลยดีมั้ย!?
“แกอย่าทำหน้าโมโหยังงั้นสิ เรียนมาเหนื่อยจะตาย พักสักหน่อยเถอะแกน่ะ” จินโนสึเกะหัวเราะเบาๆ
“ก็ฉันอยากรู้นี่หว่า” นาโอรุทำหน้ามุ่ย “แปลให้ฉันฟังแค่นี้ไม่ได้เหรอวะ”
“เดี๋ยวแกจะเครียดซะเปล่าๆ”
“ทำไมฉันจะเครียด”
“เพราะฉันชอบเพลงนี้...เพราะแก”
...
“...ทำไมเพราะฉัน”
“ไม่บอก เดี๋ยวแกเครียด”
“โว้ย! แปลมาเหอะน่า!!”
แต่จินโนสึเกะก็ยังคงยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม...ยิ้มนานจนน่าถีบ ยิ้มจนนาโอรุไม่รู้จะเถียงต่อยังไง เพราะรู้แน่ว่าไอ้คนชอบแกล้งมันคงแกล้งเขาตามเคย
แต่เขาเพิ่งรู้ตัวว่าคิดผิดตอนที่เสียงทุ้มห้าวดังขึ้น
[ ...แม้ต้อยต่ำแต่ยังมีหัวใจ
แม้ต้องเจ็บแต่มันก็คุ้มก็สุขใจ ไม่ผิดใช่ไหมที่ฉันไม่เจียมตัว
เมื่อคำว่ารักมันสั่งให้ฉันทำตามหัวใจ... ]
ร่างบางกะพริบตาปริบๆ
“เมื่อกี้...แก...?”
“ก็อยากให้แปลไม่ใช่เหรอ ก็แปลท่อนที่เพลงเพิ่งร้องเมื่อกี้ไปให้ฟังไงล่ะ” จินโนสึเกะยิ้มรับ นาโอรุแทบจะอ้าปากค้างเมื่อพบว่าอีกฝ่ายไม่แกล้งเขาอย่างเคย แต่ขณะเดียวกัน หัวสมองก็เริ่มประมวลความหมายของเนื้อเพลงที่อีกฝ่ายเพิ่งกล่าวออกมา
“สรุปแล้ว...เพลงนี้ว่ายังไงมั่งเนี่ย?” นาโอรุเอ่ยถามอีกครั้ง เนื้อเพลงเมื่อครู่ก็ทำให้เขาพอจะรับรู้อะไรบางอย่างได้บ้างแล้ว เพียงแต่ว่าเขายังไม่แน่ใจ เพราะยังไงมันก็แค่ท่อนเดียวของเพลง
“ก็อย่างที่เพิ่งบอกไป”
“อย่ากวนสิ นั่นแค่ท่อนเดียวเองนะ”
“จะให้ฉันแปลให้ทั้งเพลงว่างั้นเหอะ?” จินโนสึเกะหัวเราะหึๆ นาโอรุทำหน้ามุ่ย เขาก็อยากจะให้ทำอย่างนั้นอยู่หรอก แต่ถ้าไอ้บ้านี่มันคิดจะเล่นตัวขึ้นมา เขาก็ขี้เกียจจะขัดมัน
เพียงแต่วันนี้มันดันไม่เล่นตัวเนี่ยสิ...
[ ...ได้เกิดมาเจอเธอทั้งที ไม่ว่ายังไงจะลองดีสักวัน
อยากรักก็ต้องเสี่ยง ไม่อยากให้เธอเป็นเพียงภาพในความฝัน...
...ลำบากลำบนไม่สนใจ
ตะเกียกตะกายสักเพียงใดก็ดีกว่าปล่อยเธอไปจากฉัน...
...ตกหลุมรักจริงๆ เพราะรักจริงๆ เธอคงไม่ว่ากัน... ]
เสียงเพลงจากเครื่องเล่นดังขึ้นมาพร้อมกับเสียงห้าวของร่างสูงที่กำลังเอ่ยกล่าวคำแปลของเนื้อเพลงให้เขาได้ฟัง
นาโอรุขมวดคิ้วอีกครั้ง
“ทำไมแกชอบเพลงนี้?”
“ฟังแล้วมันแทงใจดำตัวเองดีว่ะ ตรงโคตร”
“ตรงกับแก? ยังไงวะ?”
จินโนสึเกะหัวเราะหึๆ อีกครั้ง
...มันก็ยังไม่รู้ใจเขาสักทีสินะ...
“อือ...จะว่าไงดีล่ะ...” จินโนสึเกะเกริ่นช้าๆ พลางทำท่านึก จนคนมองหมั่นไส้เลยจัดการเขกหัวไปทีหนึ่ง ร่างสูงบ่นอุบอิบไม่กี่คำ ก่อนที่จะเอ่ยกลับเข้าประเด็น
“พอดีฉันเป็นพวกใฝ่สูงน่ะ”
“ใฝ่สูง?”
“ฉันชอบอะไรที่มันอยู่สูงเกินเอื้อมน่ะ” รอยยิ้มขยับกว้างขึ้นบนใบหน้าคมคาย “เหนื่อยดี เสี่ยงดี แกก็รู้ว่าฉันมันไม่ค่อยจะเจียมตัว”
“แล้วไง?”
จินโนสึเกะถอนหายใจ
เขายกมือขึ้นลูบเส้นผมนุ่มที่ยาวประบ่าของอีกฝ่ายเบาๆ ก่อนที่จะก้มเข้าไปใกล้
แล้วเอ่ยแปลเนื้อเพลงท่อนสุดท้าย...
“ตกหลุมรักจริงๆ”
...
“รักเธอจริงๆ”
...
“...เธอคงไม่ว่ากัน...”
-----END-----
แถมท้าย...
“...จินโนสึเกะ”
“หือ?”
“แกบอกว่าแกมันพวกใฝ่สูงใช่ไหม?”
“ทำไมเรอะ”
รอยยิ้มบางปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวาน
------------------
สรุปง่ายๆ
>> เน้นเรื่องเดิม จินโนสึเกะมีเชื้อสายคนไทยอยู่ประมาณ 75%
>> จินโนสึเกะชอบเพลงนี้ เพราะรู้สึกตัวตรงกับตัวเองดี
>> แล้วตัวเองก็ชอบเล่นของสูง
>> ตัวอย่างเช่น นาโอรุ
>> เพราะนาโอรุหัวก็ดี ทำอะไรได้หลายอย่าง แถมยังสวยซะจนหลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นผู้หญิง เลยไม่ต้องแปลกใจทำไมคนมาจีบเยอะ
>> จินโนสึเกะก็รู้ตัวดีว่าตัวเองไม่ค่อยจะมีดีสักเท่าไร
>> แต่ก็ไม่ยอมตัดใจซะที
>> แต่ปกติก็ไม่ได้ทำเหมือนกับว่าเขาอยู่สูงกว่า = = เอาแต่แกล้งจนชักสงสัยว่ามันมองนาโอรุอยู่สูงกว่ามันจริงรึเปลาเนี่ย แกล้งจัง...
>> นาโอรุรู้นานแล้วว่าจินโนสึเกะรักเขา เพราะมันเคยบอกหลายหนแล้ว
>> ตอนแรกๆ ก็เขินอยู่ แต่หลังๆ มาเริ่มใช้วาจาเชือดเฉือนกลับอย่างสนุกปากเพราะได้ยินบ่อยแล้ว ชักชิน
>> จริงๆ แล้วนาโอรุก็แอบหวั่นไหวอยู่เหมือนกันล่ะ
>> เพียงแต่ปากแข็ง หัวแข็ง
>> เคะซึนก็งี้ล่ะ
>> เสะก็ซวยไป เครี้ยกกกก
>> สรุปแล้ว หลังๆ นี่เราสรุปอะไรอยู่วะเนี่ย = =''' งงตัวเอง
ปล. ขอบคุณเจ้าเอซ สำหรับมุขควักหัวใจ
ปล.2 ขอคอมเม้นต์ด้วยยยย TwT ฮืออออออ กำลังต้องการกำลังใจอย่างด่วนนนนนนนนนนนนน
ปล.3 ไม่อยากอ่านหนังสือสอบบบบบ กรี๊ซซซซซซ




#1 By Ace_Mavella on 2008-12-27 14:12