[fic] Holy Thing is Never Change [1]
posted on 13 Jun 2009 18:17 by wolf-zaa in fiction, GG
เพราะว่า Guilty Gear นั้นเป็นเกมที่คนไทยรู้จักกันน้อยเหลือทน เพราะงั้น ใครอ่านเอนทรี่นี้แล้วงงเนื้อเรื่อง ตัวละคร ฯลฯ ขออัญเชิญไปเสิร์จกูเกิ้ลดูเอานะจ๊ะ จะได้รู้ว่า Guilty Gear มันสึโก้ย
(^ ลอกเอนทรี่เก่ามาแปะได้อย่างทุเรศจิตจริงๆ อิวูล์ฟ...)
วันนี้ฤกษ์งามยามดี อิวูล์ฟทำตัวเหมือนว่าง ขอเอาฟิคที่แต่งไว้เมื่อนานนมเนมาแล้วมาแปะซะหน่อย จริงๆ อยากวาดรูปประกอบด้วย แต่เลือกไม่ถูกว่าจะเอาอันไหนดี...
ช่วงนี้งานเยอะมากมาย ไอ้เรารึก็ขี้เกียจจะอัพบล็อก - -" ความขี้เกียจมันไม่เข้าใครออกใครจริงๆ ฮาา จริงๆ แล้วอยากทำอะไรตั้งหลายอย่าง วาดโด แต่งฟิค บลาๆๆๆ แต่สุดท้ายก็แพ้ความขี้เกียจจนได้...
เอ้อ ไม่เอาๆ ไม่บ่นแล้ว เดี๋ยวจะยาว 555+ ไปอ่านฟิคกันดีกว่าเนอะ
ฟิควันนี้หนีไม่พ้น Guilty Gear คู่ SolxKy นะคะ 555+ ก็รู้อยู่ว่ารักว่าหลงคู่นี้แค่ไหน - -+++
(จะมีคนอ่านมั้ยเนี่ย T__T ฮือออออ)
(คำถามที่ดีกว่าคือจะอ่านรู้เรื่องกันมั้ยมากกว่า ฮาา ของมันไม่ดังก็งี้แหละ)
*****************************
Title: Holy Thing is Never Change [1]
Author: The.wolF
Fandom: Guilty Gear...ตั้งแต่ภาค XX ยัน Guilty Gear2 : Overture *หัวเราะ*
Pairing: Sol Badguy x Ky Kiske
Rating: NC-15 (ถึงมั้ย? ฮาา)
Warning: Yaoi นะจ๊ะ รับไม่ได้ปิดเลยค่ะ -- แล้วก็...เอ่อ...ครึ่งแรกแอบดาร์ก แอบเครียด แอบเถื่อน และแอบแรง แต่ครึ่งหลังดันรั่วกระจุย แถมคาแร็กเตอร์หลุดกระจาย...เออน่ะ จะยังไงก็ช่างมันเหอะ!
Summary: สิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นแสนบอบบาง...เพียงแค่มือเดียวก็สามารถบดขยี้ให้แหลกเละได้...
*****************************
...บอบบาง...
“...จ...เจ็บ...”
...อ่อนแอ...
“ม...ไม่ หยุดนะ! หยุ--- อ๊า!!”
...และแสนไร้ค่า...
น้ำจากฝักบัวไหลกระทบร่างกาย เสียงน้ำดังก้องห้องแสนคับแคบ เส้นผมยาวสีน้ำตาลยุ่งเหยิงไหลลู่ลงตามแรงน้ำ ชายหนุ่มร่างสูงยกมือขึ้นลูบหน้าก่อนที่จะหายใจยาว มือแกร่งค้างอยู่ที่ขมับ
หน้าผาก...ร้อน...
ร้อนเหมือนถูกเผา ทั้งๆ ที่คนอย่างเขาไม่มีวันที่จะเจ็บปวดเพราะไฟได้
โซลถอนหายใจอีกครั้งพลางเอื้อมมือไปปิดฝักบัว เขากระชากผ้าเช็ดตัวสีขาวผืนนุ่มที่แขวนอยู่บนราวมาเช็ดตัวอย่างลวกๆ ก่อนจะคว้ากางเกงมาสวม แต่ก่อนที่เขาจะเดินออกจากห้องน้ำ นัยน์ตาสีน้ำตาลก็เหลือบเห็นกระจกบานใหญ่เหนืออ่างล้างหน้า
กระจกย่อมสะท้อนความจริงเสมอ
ต่อให้พยายามปิดบังเท่าใด กระจกก็ยังคงสะท้อนความจริงให้เขาเห็นทุกครั้ง -- สัญลักษณ์สีแดงบนหน้าผาก สัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงสิ่งที่เขาเป็น...
เกียร์
...ไม่สิ ปิศาจ ต่างหาก
ปิศาจที่ไร้หัวใจเรื่อยมา และคงไม่มีวันที่เขาจะสามารถมีหัวใจอีกได้
โซลส่ายหัวเบาๆ พลางเดินออกจากห้องน้ำ สิ่งแรกที่เขาเห็นคือเตียงขนาดใหญ่ที่อยู่กลางห้อง -- เตียงที่เขาไม่คิดจะนอนลงซ้ำ แต่กระนั้นก็ยังคงเอนกายลงนอนอยู่เรื่อยมา ร่างของใครบางคนบนเตียงกำลังหลับใหล...หรือจะพูดให้ถูกคือเหนื่อยจนสลบเสียมากกว่า
เขานั่งลงข้างๆ เอื้อมมือไปเขี่ยเส้นผมนุ่มสีทองที่ปรกใบหน้าหวานอยู่ออกก่อนจะพบกับคราบน้ำตาที่เปรอะเปื้อยเต็มแก้มนวล เขาไม่แปลกใจนัก กลีบปากบางเปรอะรอยเลือดอันเป็นผลมาจากการกัดปากตัวเอง แต่ดีไม่ดีเขาอาจเป็นคนทำมันเองก็ได้ รอยบาปที่เขาเป็นคนฝากไว้ปรากฏขึ้นไปทั่วร่างกายแสนบอบบางนั่น มือเล็กยังคงจิกหมอนใบใหญ่ไว้แน่นราวกับเป็นที่พึ่งพิงสุดท้าย
ไม่เว้นแม้แต่ส่วนที่ลึกที่สุด เขาก็ฝืนจนได้มา
เป็นแบบนี้มากี่ครั้งแล้ว...?
เป็นคำถามที่โซลถามตัวเองมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ก็ได้แค่ถามเท่านั้น เขาไม่คิดจะค้นหาคำตอบ เขาไม่ได้อยากรู้ถึงขนาดนั้น รู้เพียงแค่ว่าเหตุการณ์เช่นเมื่อคืนมันเกิดขึ้นมาหลายครั้งหลายหนแล้ว
ร่างสูงถอนหายใจเป็นรอบที่สาม ก่อนที่จะลุกขึ้นไปหยิบเสื้อขึ้นมาสวมแล้วเดินออกจากห้องไป
*****************************
แสงอาทิตย์ยามเช้าส่องทะลุเปลือกตาบาง
ไคยกมือขึ้นขยี้ตา เขายันตัวขึ้นเหลือบมองไปรอบห้อง นาฬิกาที่ข้างฝาบ่งบอกว่ามันเป็นเวลาสายพอควร เขาขมวดคิ้วนิดเมื่อความเจ็บไหลปลาบ ไล่ตั้งแต่ด้านล่างขึ้นมาตามกระดูกสันหลัง -- ความเจ็บปวดที่เขาควรจะชินเสียตั้งนานแล้ว ไคถอนหายใจพลางทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง นัยน์ตาสีฟ้าคู่สวยปรือลงช้าๆ
คราบน้ำตายังคงไม่จางหายไป
ไคกัดริมฝีปากตัวเอง
รู้ดี...ว่าไม่มีทางเป็นไปได้...
รู้ดี และเข้าใจเสมอมา...
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยัง...
เขาจิกเล็บลงบนผ้าปูเตียง พยายามกลั้นหยาดน้ำที่กำลังไหลริน
“โซล...”
*****************************
เด็กคนนั้นก็เหมือนกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประเภทหนึ่ง
ครั้งสุดท้ายที่พวกเขาเจอกันคือกว่าสามเดือนที่แล้ว
คืนนี้ก็เป็นอีกคืนหนึ่งที่ปารีสหิมะตก โซลดีดขี้บุหรี่ลงพื้นพลางพ่นควันสีเทาออกจากปาก นัยน์ตาคมเหลือบมองประตูบานใหญ่ของอาคารสูง
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่แสนสูงส่ง
วินาทีนั้นที่ประตูถูกเปิดออกพร้อมๆ กับคนกลุ่มสุดท้ายในอาคารที่ก้าวเดินออกมา เสียงพูดคุยดังแว่วๆ ผสมไปกับเสียงลมที่หวีดหวิวผ่านมาให้ได้ยิน คนบางคนยังมีเอกสารถืออยู่ในมือเสียด้วยซ้ำ เห็นได้ชัดว่างานที่ทำนั้นไม่ใช่เล่นๆ เลย
เด็กหนุ่มผมทองคนหนึ่งยืนอยู่กลางวง รอยยิ้มบางแต่งแต้มบนใบหน้าหวานยามที่เอ่ยพูดกับคนรอบกาย แต่กระนั้นคนอื่นๆ ก็ยังคงนอบน้อมต่อเด็กคนนี้มากจนผิดปกติ ทั้งที่จริงแล้วเป็นเรื่องแสนธรรมดาที่จะนอบน้อมกับ หัวหน้าใหญ่ ของกองกำลังตำรวจนานาชาติแบบนี้ ทั้งๆ ที่เป็นเพียงแค่เด็ก แต่คนเหล่านั้นกลับมอง เด็ก คนที่ว่าราวกับเป็นพระเจ้า
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คอยคิดจะปกป้อง คุ้มครอง และช่วยเหลือ
คนอายุน้อยที่สุดโบกมือเป็นเชิงลา ก่อนที่จะแยกตัวเดินไปอีกทางหนึ่งกับคนที่เหลือเพื่อที่จะกลับบ้านหลังจากต้องเผชิญกับวันทำงานอันแสนเหน็ดเหนื่อย
ใครบางคนยืนรออยู่บนทางที่เขากำลังย่างกรายเขามา
ก็แค่พวกหลงตัวเอง
เป็นเพียงแค่พวกชอบเข้าไปยุ่งในธุระของคนอื่นโดยอ้างถึงความศักดิ์สิทธิ์
มันก็เท่านั้น
“ไง” เสียงห้าวเอ่ยทัก เล่นเอาเด็กหนุ่มเกือบสะดุ้ง นัยน์ตาสีฟ้าคู่สวยเบือนกลับไปมองที่ต้นเสียง ก่อนที่จะพบกับชายร่างสูงคนหนึ่งที่ยืนพิงกำแพงอยู่ไม่ห่าง
นัยน์ตาสองคู่สบกันวูบหนึ่ง ก่อนที่ร่างเล็กกว่าจะเป็นฝ่ายทำลายความเงียบลงเสีย แม้ว่ามันจะดูเหมือนการพึมพำกับตนเองเสียมากกว่าก็ตาม
“...C’est vous...”
“มีปัญหาหรือไง คิสเคะ?” โซลเลิกคิ้วเป็นเชิงท้าทายเพราะพอจะเดาได้อยู่ว่าเมื่อครู่อีกฝ่ายเอ่ยอะไรออกมา แต่ไคกลับไม่รับคำท้า ดูเหมือนเขาจะเหนื่อยเกินกว่าจะโต้เถียง เพียงแค่ส่ายหัวเบาๆ แล้วเอ่ยถามไปอีกเรื่อง
“จะมาพักเหรอ”
“ก็ไม่เชิง” โซลยักไหล่ “ถ้านายยอมให้พักน่ะนะ”
สิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นแสนบอบบาง
“ก็เอาสิ” ไคตอบรับเบาๆ “จะให้ฉันจัดห้องเดี่ยวให้มั้ย?”
“ไม่อยากให้ฉันนอนด้วยแล้วหรือไง?” ร่างสูงกว่าเอ่ยถาม ริมฝีปากแสยะยิ้ม เป็นคำพูดที่ทำให้ใบหน้าหวานขึ้นสีเรื่อชั่ววูบก่อนที่จะเอ่ยแย้งแผ่วเบาราวกับกระซิบ
“ก็ไม่ได้ว่าอะไร...”
เพียงแค่มือเดียวก็สามารถบดขยี้ให้แหลกเละได้
“พูดแบบนี้หมายความว่านาย อยาก มากเลยสินะ?” ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอพลางเดินเข้าไปประชิดตัวแล้วโน้มเข้าหา ไคหน้าแดงก่ำ ผละตัวออกห่างแล้วจ้องใบหน้าคมเขม็งด้วยสายตาที่สามารถทำให้ใครหลายๆ คนขาสั่นได้ง่ายๆ แต่เขาก็รู้ดีว่าสายตาแบบนี้ไม่เคยมีผลกับคนอย่างโซล แบดกาย
“คนที่อยากคงจะเป็นนายมากกว่าล่ะมั้ง”
คำตอบกลับนั้นทำให้โซลเลิกคิ้วขึ้นนิด ก่อนที่จะขยับยิ้มอย่างนึกขัน
“เดี๋ยวคืนนี้ก็รู้กัน”
สิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นแสนสูงค่าสำหรับผู้อื่น
แต่สำหรับเขาแล้ว...
“ไม่คิดจะให้ฉันพักบ้างเลยหรือไง?”
“ฉันเว้นให้นายมาสามเดือนแล้วไอ้หนู”
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่ต่างอะไรกับฝุ่นดินในสายตาของปิศาจ
นัยน์ตาสองคู่สบกันพร้อมกับความเงียบที่เข้าปกคลุมอีกครั้ง ก่อนที่ไคจะเป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีไปก่อน
“กลับเถอะ” เขาพึมพำเบาๆ พลางเอื้อมมือไปจับเสื้อโค้ทเย็นเฉียบของอีกฝ่ายไว้ “นายไม่หนาวหรือไง ยืนอยู่ตรงนี้นานแค่ไหนแล้ว...”
“ครึ่งชั่วโมงมั้ง”
“โกหก” รอยยิ้มบางปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวานอย่างฝืดฝืน “นายก็โกหกเสมอแหละ...”
โซลยักไหล่ “ก็รู้ดีนี่”
“ก็แน่น่ะสิ” ไคหัวเราะเบาๆ “...กลับกันเถอะ”
...ก็เป็นแค่สิ่งไร้ค่าอย่างหนึ่งเท่านั้น...
*****************************
เด็กคนนั้นก็เหมือนกับเทวดาประเภทหนึ่ง
“ทำแบบนั้นมันไม่มีวันถึงหรอกนะ”
“อะไรกัน...!?” ร่างเล็กผงกหัวเงยขึ้นร้องประท้วง ดวงหน้าหวานแดงระเรื่อ ทั้งโกรธทั้งอาย ก็เขาไม่เคยทำอะไรแบบนี้สักหน่อย นัยน์ตาฉายแววหวาดกลัวที่ซ่อนไม่มิด แต่คนตัวสูงกว่าเพียงแค่ขยับยิ้มเยาะเย้ย
“หุบปากแล้วทำต่อไปซะ” เสียงห้าวเอ่ยสั่ง มือแกร่งกดหัวของอีกฝ่ายเข้าหาเป็นเชิงบังคับ
โบยบินบนฟากฟ้าด้วยปีกสีขาวบริสุทธิ์
คืนนี้ก็เหมือนกับทุกคืนที่เคยผ่านมา เสียงหวานกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ทิฐิที่มีทำให้เขาพยายามขัดขืนดิ้นรนทั้งๆ ที่รู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่มีวันปล่อยตัวเขาไปง่ายๆ
และอีกครั้ง ที่เทวาถูกกระชากให้ร่วงหล่นลงจากฟากฟ้า
ค่ำคืนนั้นแสนยาวนาน ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่ร่างบางยอมทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมด ยอมร่ำร้องอ้อนวอนขอให้อีกฝ่ายหยุดเสียที แต่มันก็แน่ที่ร่างสูงไม่แม้แต่จะฟัง
“อื๊อ--- ซ...โซล เจ็บ---”
“ฉันบอกให้หุบปาก”
ปีกสีขาวฉีกขาด
เสียงน้ำจากฝักบัวดังกระทบร่างกายอีกครั้ง
เด็กหนุ่มร่างบางคนนั้นกำลังหลับสนิท ไม่มีแม้แรงที่จะฝืนเปลือกตาให้เปิดขึ้น ทั้งร่างกายและหัวใจกำลังเหนื่อยล้า แพขนตายาวที่ชุ่มไปด้วยหยาดน้ำใสเป็นเครื่องบ่งบอกได้ดี
โซลก้าวออกจากห้องน้ำ นัยน์ตาสีน้ำตาลยังคงเรียบเฉย
เทวาที่สูงส่งถูกแปดเปื้อน
กลายเป็นเพียงแค่อะไรบางอย่างที่ถูกปิศาจย่ำยี
ก็แค่สิ่งของ...
ไค คิสเคะ เป็นเพียงแค่สิ่งของบางอย่างที่เขาอยากได้ในช่วงเวลาสั้นๆ เป็นเพียงแค่ความกระหายชั่วครู่ชั่วคราวแบบมนุษย์ทั่วไป แต่อีกไม่นานความต้องการเหล่านั้นก็จะจางหาย รอวันเวลาที่จะหวนกลับมาอีกครั้งเขาถึงจะกลับมาทำลายเด็กคนนี้ลงอีกครา...มันก็เพียงแค่นั้น
แค่นั้นจริงๆ
แต่เพราะเทวานั้นศักดิ์สิทธิ์
ทั้งๆ ที่ร่างกายเปรอะเปื้อนฝุ่นดินแสนสกปรก
ทั้งๆ ที่แปดเปื้อนด้วยบาปแสนมหันต์ของปิศาจร้าย
“อือ...”
ไคส่งเสียงออกมาแผ่วเบาเมื่อรู้สึกตัวตื่นขึ้น เปลือกตาบางปรือขึ้นนิดหนึ่ง ภาพแรกที่เห็นก็ยังเป็นเพดานสีขาวที่เขาเห็นอยู่ทุกวัน เขาเบือนหน้าไปอีกทาง ก่อนที่จะพบว่าวันนี้มีอะไรที่แตกต่างออกไป
ทั้งๆ ที่ปกติเมื่อเขาตื่นขึ้นมาจะไม่พบใครนอกจากตัวเองแท้ๆ
“...นายไข้ขึ้นเหรอ...?” ไคกระซิบถามยิ้มๆ แต่เรียกให้คิ้วเข้มของคนฟังขมวดเข้า
“คิดจะพูดอะไร”
“แปลกใจนิดหน่อยน่ะ...” ร่างบางหลุบตาลง ไม่ยอมสบตากับอีกฝ่ายที่ยืนอยู่ข้างหน้าต่าง “แปลกนะ ปกติแล้วนายไม่เคยอยู่รอจนฉันตื่นเลยนี่...”
“ออกสายน่ะ” โซลยักไหล่
เด็กหนุ่มขยับยิ้มกว้างขึ้นนิด “ถ้านายออกสายทุกครั้งก็ดีสิ”
“เฮอะ” ชายหนุ่มพ่นลมหายใจอย่างรำคาญ “อย่าหวังเลยดีกว่าไอ้หนู”
ไคไม่ตอบ เพียงแค่ช้อนนัยน์ตากลมคู่นั้นขึ้นมองเขาเป็นเชิงว่า ‘รู้แล้วล่ะน่า’ -- แต่จะยังไงก็เถอะ โซลเกลียดสายตาแบบนั้น สายตาที่พยายามสื่อบอกว่าไม่ได้หวัง แต่กลับมีกระแสเว้าวอนเจืออยู่อย่างเบาบาง
เขาต้องเปลี่ยนเรื่องก่อนที่เด็กคนนี้จะทำให้เขาเขว
“ไปอาบน้ำซะ”
ไคเลิกคิ้วนิด “ฉันจะรู้ได้ไงว่านายจะไม่หนีตอนที่ฉันอยู่ในห้องน้ำ?”
“แล้วคิดจะนอนเน่าอยู่ในนั้นทั้งวันรึไง?” โซลขยับยิ้มเยาะ แก้มเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อวูบหนึ่ง ไม่รู้เพราะโกรธหรือเพราะอะไรกันแน่ -- อาจจะหงุดหงิดที่หาเหตุผลมาเถียงไม่ได้ หรือไม่ก็...เหตุการณ์เมื่อคืนเผลอย้อนกลับเข้ามาในหัวเข้าล่ะมั้ง?
โซลขยับยิ้มกว้างขึ้นอีกนิดก่อนจะโบกมือไล่ “เออน่า ฉันไม่หนีหรอก”
“สัญญา?”
“เออ”
ทั้งๆ ที่ถูกย่ำยีจนไม่เหลือชิ้นดี
แต่เทวากลับยิ้มให้กับปิศาจได้อย่างหน้าตาเฉย
ประตูห้องน้ำถูกเปิดออก เด็กหนุ่มในชุดสีขาวกวาดสายตามองไปรอบห้องก่อนที่จะได้ก้าวเท้าเดินออกมาด้วยซ้ำ ก่อนห้องอันว่างเปล่าที่เห็นจะทำให้เขาขยับรอยยิ้มบาง
นัยน์ตาสีฟ้าหลุบลงต่ำ ทั้งๆ ที่รอยยิ้มยังประดับบนใบหน้า แต่ขอบตากลับร้อนผ่าว ไคอาจจะคิดไปเอง แต่รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างแข็งๆ มาจุกอยู่ที่คอ
เขาควรจะรู้ดี...
ผู้ชายคนนั้นโกหกเสมอ...
tbc...
***แปลศัพท์
C'est vous... แปลเป็นอังกฤษได้ว่า It's you... --- คือในตอนนั้นไคจะพูดแบบอารมณ์ปลงตก ให้ฟีลประมาณว่า "แกอีกแล้วเรอะ" อะไรยังงั้น 555+
ถ้ามีคนอ่านจะเอาตอนจบมาลงให้ 55+
ตอนแรกเอาลงจบแหละ แต่ว่ามันยาวไปหน่อยเลยตัดซะ
สำหรับคนที่งง รออ่านสรุปที่ตอนจบนะคะ ฮี่---
(พูดเหมือนว่าอ่านสรุปแล้วจะรู้เรื่อง? ฮ่าๆ)
สุดท้าย...
ฝากคอมเม้นต์ด้วยนะคะ!




หนุกง่ะเจ๊
มาเล่นอีกไวๆนะ
...คิดถุงเจ๊จัง>.<
#1 By +[นู๋G]+ on 2009-06-14 04:46