[fic] Harmonized Finale :: Tiger*Bunny

posted on 20 May 2014 01:42 by wolf-zaa in Fiction directory Fiction
ยังไม่รู้จะเอาฟิคไปแปะไว้ไหนอยู่ดี ก็เอามาแปะในนี้ละกัน //กลับมาตายรังที่เอ็กซ์ทีนเช่นเดิม o<---<
 
----------
 
 
 
 
Harmonized Finale
 
The.wolF
 
Tiger & Bunny Fanfiction ; Kotetsu T. Kaburagi x Barnaby Brooks Jr. ; NC-15
 
--- ช่วงเวลาอยู่หลังจบซีซั่น 1 ก่อน The Rising
--- บังคับเปิดเพลง Harmonized Finale ไปด้วยระหว่างอ่านค่ะ (ฮา) เป็นเพลงจบ Rising ที่ทำให้อิวูล์ฟฟินตัวแตกตายในโรงหนัง และยังคงบ้าคลั่งมาจนถึงตอนนี้
 

 

 

 

 

 

ยางรัดผม

 

เสียงเปียโน

 

 

กลิ่นไวน์

 

 

 

เสียงกระซิบ

 

 

 

และ

 

 

 

ความรัก.

 

 

 

 

 

 

 

- ยางรัดผม - 

 

 

บางครั้งบาร์นาบี้ก็ชอบรัดผม

 

เขาสังเกตเห็นมาได้สักพักแล้ว เด็กนั่นจะไปที่ร้านทำผมเดือนละสองครั้ง เวลาอยู่ในที่ส่วนตัว ใช้แรงงาน ขนของ หรือทำอะไรที่ทำให้เหงื่อชื้นขึ้นที่หลังคอ บาร์นาบี้จะหายางรัดผมมารวบผมขึ้นไว้ บางทีก็รวบไม่หมด เหลือปล่อยระลงมาอย่างที่เจ้าตัวก็ทำอะไรไม่ได้

 

และต้องอยู่ในที่ส่วนตัว ใช่ แค่กับคนที่ยอมให้เข้ามาใกล้เท่านั้น อีกฝ่ายถึงจะยอมรวบผม

 

เด็กนี่ฟอร์มจัดมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว อะไรที่ทำให้ภาพลักษณ์เก่าๆ เสียไปก็คงไม่ทำ เขาจำได้ว่าครั้งแรกที่เห็น เขาค่อนข้างแปลกใจ และบอกตามตรง... มันไม่ได้แค่แปลกตาไปเสียด้วย

 

 

อาจเพราะอากาศร้อน อาจเพราะเพิ่งอาบน้ำมา

 

ไม่รู้ เขาไม่รู้ว่าเพราะอะไร

 

 

 

 

“ของคุณครับ”

 

 

เสียงของบาร์นาบี้แว่วลอยเข้าหู เขากะพริบตา ก่อนจะหัวเราะออกมาแห้งๆ รับแก้วไวน์มาจากมือข้างนั้น เป็นไวน์กุหลาบอย่างที่เจ้าของบ้านชอบ ไม่ได้เป็นสีแดงเข้มจัดเหมือนเสื้อแจ็คเก็ตตัวนั้น แต่เหมือนสีแก้ว สีเลนส์บนแว่นตา สีที่ตัดลงมาอีกเฉดหนึ่งจากสีไวน์แดง

 

กลิ่นองุ่น กลิ่นผลไม้ กลิ่นหวานๆ กับรสเย็นเฉียบของไวน์แตะลงบนปลายลิ้น

 

ไหลผ่านริมฝีปากคู่นั้น

 

 

 

เขาหันหนีไปอีกทาง เขาไม่ได้คิดอะไร

 

บางที... ก็แค่บางที

 

 

 

 

บาร์นาบี้ควรจะเลิกรัดผมแบบนั้นต่อหน้าเขาสักทีด้วย

 

 

 

 

 

 

 

 

- เสียงเปียโน - 

 

 

เครื่องดนตรีที่เสียงหวานที่สุดเท่าที่เคยมีมาบนโลก อาจจะเป็นเปียโน

 

ปลายนิ้วจรดลงบนแป้นคีย์สีขาวดำ เขามองไม่เห็น แต่รู้สึกได้ว่าโคเท็ตสึเบนสายตาจากกระจกบานใหญ่กลับมายังต้นกำเนิดเสียง แว่วเสียงฝีเท้าดังเข้ามาใกล้ แล้วอีกฝ่ายก็ก้มลงมา เอาคางวางลงกับไหล่เขา

 

“ฉันเคยได้ยินเพลงนี้”

 

“เหรอครับ”

 

“บันนี่นี่เก่งจังนะ”

 

เสียงเปียโนยังบรรเลงต่อไป เป็นโน้ตที่เขาเคยได้ยินมาก่อน โน้ตดนตรีที่เล่นออกมาได้เอง ตอนเด็กๆ เขาอาจฝึกเปียโนมามากพอจะทำให้จับคีย์ดนตรีได้ มันคงไม่เหมือนเพลงต้นฉบับไปทุกกระเบียดนิ้ว ท่วงทำนองติดจะช้ากว่าที่เคยฟังสักหน่อย แต่ความรู้สึกของเขา... ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน

 

 

เป็นเพลงที่เขาหลงรักตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ฟัง

 

เพราะครั้งแรกครั้งนั้น คือวันที่โคเท็ตสึกลับมา

 

 

 

 

 

 

“...

 

Harmonized finale 星座になる

沢山の願いを乗せて
誰かを救いたいとか 君を笑わせたいとか

速すぎる時間時計の中で
ずっと続けばいいな けど

終わりが近づいてるのもわかるよ
大切な言葉ならポケットでそっと待ってる
さよなら さよなら ここからまた始まってく

...”

 

 

 

 

 

 

เขาพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ชะงักมือ

 

เสียงของโคเท็ตสึแว่วอยู่ที่ข้างหู ใกล้แค่คืบ ระผ่านมาพร้อมลมหายใจ กับสำเนียงที่ฟังเพียงครั้งเดียวก็รับรู้ กระซิบคลอมากับทำนองที่ทำให้หัวใจเขาเผลอเต้นระรัวขึ้น

 

“ใช่เพลงนี้ไหม”

 

โคเท็ตสึถามยิ้มๆ เขาไม่ตอบ

 

 

ปล่อยให้นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้นจับอยู่ที่มือของเขา ปล่อยให้มันไหลไปตามกระแสของเวลา

 

 

 

 

 

ภายใต้หมู่ดาวกับความหวัง

 

 

เขายังอยากช่วยใครสักคน อยากเอื้อมมือออกไป คว้าเอาไว้

 

และอยากได้ยินเสียงหัวเราะนั่น...

 

 

 

 

 

ริมฝีปากกดเข้าที่ข้างหู โน้ตดนตรีฟังแปร่งไป

 

เขาเผลอกลั้นหายใจเข้า เบี่ยงหนี โคเท็ตสึไม่ไล่ตาม เพียงแค่หัวเราะเบาๆ อย่างที่ทำทุกครั้งเหมือนจะเอ็นดู ดันตัวเขาให้เขยิบไปนิดแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ด้านหลังเขา ดันตัวให้เขยิบไปอีกนิด

 

เขาหลับตา

 

“โคเท็ตสึซังครับ...”

 

“หืม...”

 

 

 

 

 

เวลาเวียนหมุนผ่าน, เร็วเกินไป

 

บนเส้นทางที่ยังคงเดินต่อไป, บนเส้นทางที่ใกล้จะจบลง

 

ยังมีคำคำหนึ่งที่เก็บมันเอาไว้

 

 

ซุกซ่อนอยู่ในส่วนที่ลึกที่สุด ที่ไม่เคยเอ่ยออกมา...

 

 

 

 

 

มีรอยจูบฝากทิ้งไว้ที่หลังต้นคอ เขาเริ่มรู้สึกว่าทุกอย่างต้องจบลงตรงนี้ เสียงเปียโนหยุดลงแทบจะในทันที มากพอจะทำให้คนรอฟังเลิกคิ้วสูง ตีหน้ามุ่ยไป

 

“ไม่เล่นต่อแล้วเหรอ”

 

“คุณก็... อย่าวุ่นวายสิครับ...”

 

ก็เขาทนไม่ได้ มันจะทนไม่ได้...

 

 

โคเท็ตสึหัวเราะอีกครั้ง กอดเขาไว้แล้วกระซิบถามเป็นคำสุดท้าย ด้วยน้ำเสียงเดิมๆ ที่ทำให้เขาพ่ายแพ้ และคงจะพ่ายแพ้ตลอดไปอย่างไม่มีวันเปลี่ยนแปลงได้เลย

 

 

 

“ไม่ได้จริงๆ เหรอ...”

 

 

 

 

 

ลาก่อน, ลาก่อน

 

แล้วมาเริ่มต้นกันใหม่,

 

พร้อมๆ กัน...

 

 

 

 

 

 

 

 

- กลิ่นไวน์ - 

 

 

เคาน์เตอร์ที่บ้านของบาร์นาบี้กว้าง... ไม่สิ ถ้าจะพูดให้ถูก ต้องบอกว่าบ้านของบาร์นาบี้กว้างเกินไปสำหรับคนคนเดียว ทั้งกว้างขวางและอ้างว้างไปพร้อมๆ กัน

 

เขาวางแก้วไวน์ทิ้งไว้ตรงนั้นแล้วเดินมานั่งบนเก้าอี้เปียโนด้วย ยึดพื้นที่ไปเกือบครึ่ง รวบเอวเข้ามากอดไว้จากทางด้านหลังแล้วกอดค้างไว้เช่นนั้นอย่างถือสิทธิ์

 

กลิ่นผลไม้หวานๆ จางๆ กระทบประสาทสัมผัส เขาก้มลงฝังปลายจมูกเข้าที่ซอกคอ... ใช่ กลิ่นไวน์ยังติดชัด ปนไปกับกลิ่นสบู่หอมๆ คุ้นเคย

 

 

“พ... พอเถอะครับ”

 

 

เสียงของบาร์นาบี้ฟังหวั่นขึ้นทุกที เขาหัวเราะลงลูกคอเบาๆ เลื่อนไปหอมแก้มที่เริ่มขึ้นสีจางๆ พลางถามกลับดื้อๆ

 

“ไม่ชอบ?”

 

นัยน์ตาสีเขียวหลังกรอบแว่นเสหลบไปอีกทาง งึมงำ

 

“คุณ... เมาแล้วครับ”

 

“เฮ่ ไวน์แก้วเดียวเนี่ยนะ ไม่เมาน่า” ยืนยันตัวเองเสร็จสรรพก็เอื้อมไปแตะบนข้อมือที่หยุดนิ่งไป “เล่นต่อนะ?”

 

อีกฝ่ายกัดริมฝีปากล่างแน่นเข้า มุ่นคิ้ว

 

“อยากฟังก็เล่นเองสิครับ”

 

“ฉันเล่นอะไรแบบนี้ไม่เป็นหรอกน่า” เขาหัวเราะเบาๆ ฝากความรักค้างไว้ที่หลังต้นคออีกครั้งหนึ่ง ซ้ำลงบนจุดเดิม เด็กคนนั้นสะดุ้งเฮือก หันกลับมามองเหมือนจะขวางหากขวางไม่ออก ทำได้เพียงก้มหลบ พรมปลายนิ้วลงกับคีย์เปียโนคล้ายจะตั้งสมาธิ ทำเมินเขาไปเสีย

 

เขายิ้ม คิดในใจว่าบาร์นาบี้ต้องหยุดรัดผม และหยุดดื่มไวน์ไปสักพัก

 

 

 

ทำนอง