[CS] วินด์ปอ :: เหตุการณ์หลังจากนั้น...
posted on 18 Oct 2008 22:41 by wolf-zaa in cubicschool, fictionเอนทรี่นี้มาจากโครงการ โรงเรียนลูกบาศก์ ฮะ
------------------
------------------
เอนทรี่ที่แล้วเกริ่นวินด์ปอไป
แหม รู้สึกหลายคนอยากเห็นมากมาย = =b คู่นี้ฮอตจริงๆ แหละนะ ฮะๆๆ (me/ โดนเสย)
แล้วก็บังเอิญว่า...
เอนทรี่ [CS]ก่อนกีฬาสี ของท่านรุย....
มัน...
แบบว่า...
สุโก้ยยยยยยยยยย~~~!!! >A<
อ่านแล้วจิ้นเตลิดไปไกล ฉากวินด์ล้มใส่ปอนี่เห็นเป็นช็อตๆ เลยทีเดียว โอ๊ยยยยยย จะไม่ไหวแล้วกับหนูวินด์หนูปอ มีอะไรให้จิ้นบ่อยๆ แบบนี้แม่ยกใจจะละลาย~
ก็เลย...ขออนุญาต ผปค. ตัวละครทั้งสอง แต่งฟิคต่อจากเอนทรี่นั้นของท่านรุยนะฮะ
**ฟิคนี้เป็น Outside story นะฮะ คือเนื้อหาในฟิคนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวเนื่องใดๆ และไม่ส่งผลต่อความเป็นจริงในโรงเรียนลูกบาศก์ เป็นแค่เอนทรี่เพื่อความบันเทิงเท่านั้นนะคะ
(ยกเว้น ผปค. ตัวละครอยากให้มันเกิดขึ้นจริงๆ ก็ว่ากันอีกที...)
------------------
------------------
(ต่อจากเอนทรี่นั้นของท่านรุยเลยนะฮะ)
“ไม่ได้เป็นไข้....สงสัยจะไม่ค่อยได้พักผ่อน ให้นอนไปอย่างนี้แล้วกัน.....”
“งั้นผมขอนั่งเฝ้านะครับ....”
.
.
.
.
ในห้องพยาบาลเหลือบุคคลเพียงสอง หลังจากที่หมอโชคเอ่ยขอตัวไปคุยธุระกับ ผอ. เกี่ยวกับเรื่องพยาบาลในงานกีฬาสี
กรวิทย์ยังนั่งอยู่ข้างเตียง
ส่วนคนบนเตียงยังคงนิ่งสนิท
...แต่ป่านนี้ก็น่าจะตื่นได้แล้วนะครับ
ไวเท่าความคิด คิ้วเข้มของร่างสูงก็ขมวดเข้าหากัน
ขมวดคิ้วก่อนตาจะเปิดซะอีก
...เดี๋ยวก็แก่เร็วหรอกครับ
คนตัวเล็กยิ้มนิดๆ พลางหยิบบางสิ่งบางอย่างจากโต๊ะพยาบาลของหมอโชคมาถือไว้
รวินท์ยันตัวขึ้นนั่ง
อาว่าเอาขนฟูๆ ของตนเองไซ้กับแก้มของเจ้านาย กรวิทย์ขยับยิ้มเมื่อเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายอ่อนลง ก่อนที่จะเอ่ยทักออกไป
“ฟื้นแล้วเหรอครับ”
คิ้วของรวินท์ขมวดเข้าหากันอีกรอบเมื่อได้ยินเสียงนั้น
เขาเริ่มชินกับการที่ฟื้นขึ้นมาให้สถานพยาบาลแล้วเห็นใบหน้าสวยกับรอยยิ้มที่เขามองยังไงก็เสแสร้ง...ไม่รู้เพราะบังเอิญหรือจงใจ เกือบทุกครั้งที่เขามีเหตุต้องสลบหรือหมดสติ กรวิทย์ ไกลปืนเที่ยง คือหนึ่งในคนแรกๆ ที่เขาจะได้เห็นหน้าหลังจากตื่นขึ้นมา
ไม่รู้ว่าเหตุผลที่อีกฝ่ายมานั่งเฝ้านี่ เป็นเพราะอยากแกล้งมากวนประสาทเล่นๆ หรือเพราะว่าว่างกันแน่ ซึ่งถ้าให้เขาเดาคงเป็นทั้งสองอย่างรวมๆ กัน...แต่ที่แน่ๆ มันไม่ได้มาเพราะเป็นห่วงเขาแน่นอน
“...แกอีกแล้วเรอะ”
“หวังให้เป็นใครเหรอครับ?” ร่างเล็กเอียงคอถามพร้อมโปรยรอยยิ้มหวานอย่างน่าหมั่นไส้
“ใครก็ได้ที่ไม่ใช่แก”
“คุณบูม?”
“...และไม่ใช่ยัยนั่น”
รวินท์ตอบเสียงกึ่งหงุดหงิดกึ่งรำคาญ เขาเริ่มหวาดระแวงเด็กสาวตัวเล็กหน้าอ่อนคนนั้นตั้งแต่โดนเธอราดแอลกอฮอล์ใส่อย่างไร้ปรานี...ซึ่งเหตุการณ์คราวนั้นนอกจากสงกรานต์กับกัมปนาทแล้ว เขาจะไม่มีวันให้คนอื่นรู้เด็ดขาด...
โดยเฉพาะเจ้าคนตรงหน้าเขานี่!!!
กรวิทย์หัวเราะเบาๆ ด้วยท่าทางน่าเอาอวัยวะเบื้องล่างไปปิดปากเป็นอย่างยิ่ง(ในสายตาเขา) ก่อนจะเอ่ยตอบกลับมา
“ไม่กลัวเขาได้ยินหรือครับ”
“ยัยนั่นอยู่ตรงนี้มั้ยล่ะ”
เด็กหนุ่มร่างเล็กแปรเปลี่ยนจากเสียงหัวเราะไปเป็นรอยยิ้ม
“ให้ผมไปบอกให้ไหมครับ”
“จะบอกเพื่อ!?”
ประโยคสุดท้ายรวินท์กระชากเสียงอย่างไม่สบอารมณ์ กรวิทย์หัวเราะอีกครั้งแล้วเอ่ยเปลี่ยนเรื่อง
“เอาน้ำไหมครับ?”
คนถูกถามเพียงพ่นลมหายใจด้วยความหงุดหงิด กรวิทย์ยังยิ้ม มือเล็กชูแก้วกาแฟของอาจารย์ประจำห้องพยาบาลขึ้นให้ดู
“วินด์เอากาแฟมั้ยครับ?”
นัยน์ตาสีนิลหรี่มองแก้วกาแฟในมืออีกฝ่ายอย่างไม่ไว้ใจนัก...แม้ว่าอยู่ตรงนี้จะไม่ได้กลิ่น แต่ก็พอจะรู้ได้ว่าคงมี สิ่งนั้น ค้างอยู่ที่ก้นแก้วพอสมควร
ถ้าหมอนั่นยื่นแก้วมาใกล้หน้าเขา มีหวังได้หลับกันอีกตื่นแน่ๆ
กรวิทย์แย้มยิ้มหวานให้ แต่เขาสาบานได้ว่าแอบเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้าสวยเมื่อเสี้ยววินาทีที่แล้ว
“แก้วนี้ของหมอโชคครับ แต่ถ้าวินด์อยากได้ ผมจะไปชงให้นะ”
...มาฆ่าเขาเลยดีกว่า!!!
กรวิทย์พยายามอย่างยิ่งในการคงสีหน้าเอาไว้
ไม่บ่อยนักที่จะได้เห็นใบหน้าของคนอย่าง รวินท์ ชยานุรักษ์ ซีดเผือดได้ขนาดนี้ แม้ร่างสูงจะพยายามกลบซ่อนสีหน้าซีดๆ ไว้ แต่มันก็ยังแสดงออกมาให้เห็นได้ชัดเจน
เขาเดาถูก
คนคนนี้คงไม่ถูกกับของเหลวสีเข้มรสขมที่มีชื่อว่ากาแฟ
เป็นความจริงที่เหลือเชื่อ
เหลือเชื่อจนแทบทนไม่ไหว...
“...หัวเราะอะไร!?”
รวินท์แค่นเสียงถามลอดไรฟันอย่างยากเย็น นัยน์ตาสีดำมองอีกคนในห้องที่กำลังกลั้นหัวเราะแทบเป็นแทบตายด้วยอารมณ์หลากหลาย...ทั้งโกรธ โมโห รำคาญ...
แล้วก็...กลัว...
...กลัวไอ้แก้วในมือมันนั่นแหละ!!!
“หรือจะเอาชา แบบที่เหลืออยู่ในถ้วยนี้ดีครับ?”
กรวิทย์ว่า นัยน์ตาสีเหลือบไพลินฉายประกายขบขันถึงขีดสุดเมื่อเห็นใบหน้าโล่งอกของรวินท์ที่ซ่อนอยู่ใต้มือใหญ่ซึ่งยกขึ้นกุมขมับ ถ้าหูเขาไม่เพี้ยน เขาแอบได้ยินอีกฝ่ายถอนหายใจ
เขาลุกขึ้นหันกลับเพื่อเดินไปวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะทำงานอาจารย์ มือยังสั่นๆ เพราะยังคงกลั้นหัวเราะกับสีหน้าของอีกฝ่าย จนแก้วในเกือบหลุดลงกระทบพื้น...
หมับ!
กรวิทย์เงยหน้าขึ้น ก่อนจะพบกับอีกฝ่ายที่ยืนทำหน้าบึ้งใส่อยู่ไม่ห่าง มือแกร่งข้างหนึ่งจับข้อมือบางไว้แน่น คิ้วเรียวของคนหน้าสวยเลิกขึ้น
“มือแกสั่น” รวินท์เอ่ยห้วนๆ เมื่อเห็นนัยน์ตาสีน้ำเงินกำลังมองมาเป็นเชิงถาม
“ห่วงหรือครับ” ร่างเล็กกลบอาการกลั้นหัวเราะด้วยรอยยิ้มปกติที่มักฉาบอยู่บนใบหน้า
“เดี๋ยวแก้วแตก แล้วเรื่องมันจะยุ่ง”
“น่าน้อยใจจังนะครับ ห่วงแก้วมากกว่าห่วงคนอีกเหรอเนี่ย”
ว่าแล้วก็เงยหน้าขึ้นส่งค้อนให้อย่างสวยงาม(?) ด้วยนัยน์ตาตัดพ้อ แถมยังบวกกับใบหน้าสวยราวกับตุ๊กตานั่นแล้ว หากเป็นคนทั่วไปมามองคงหัวใจสั่นไหวเล่นๆ...
...แต่ที่แน่ๆ มุขนี้ใช้ไม่ได้ผลกับรวินท์ ชยานุรักษ์
ร่างสูงกว่าจับข้อมือของอีกฝ่ายให้วางแก้วลงบนโต๊ะ ก่อนจะปล่อยมือแล้วส่งสายตาที่บ่งชัดว่ารำคาญไปให้ ซึ่งคนที่ยิ้มเสมอก็แย้มยิ้มรับ
รอยยิ้มหวานกว้างขึ้นเรื่อยๆ
กว้างจนคนมองสงสัย
“ยิ้มอะไร?”
“นึกถึงเรื่องของคุณน่ะครับ”
“แล้วยิ้มอะไร”
คำถามซ้ำถูกเอ่ยออกจากปาก เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ร่างเล็กของกรวิทย์เริ่มสั่นด้วยอาการกลั้นหัวเราะอีกครั้ง
“...วินด์ไม่ชอบกาแฟหรือครับ?”
“อย่ามายุ่ง”
ร่างเล็กเงียบไปชั่วครู่ จนคนมองชักรำคาญที่เห็นอีกฝ่ายเอาแต่กลั้นหัวเราะ
“อะไรของแก?”
เป็นคำถามที่ไม่มีอะไรน่าขำ แต่กลับทำให้กรวิทย์ถึงกับอดหัวเราะออกมาไม่ได้
รวินท์ขมวดคิ้วอย่างเริ่มหงุดหงิด ก่อนที่จะบังเอิญเหลือบไปเห็นของเหลวสีเข้มในแก้ว
สิ่งที่เล่นเอาคนมองแทบสะอึก
นัยน์ตาสีนิลเบิกกว้าง
นั่นมัน......
...กาแฟ...!?
------------------
------------------
- เค้เค้เค้ จบเลวแล้วค่ะ
- จิ้นต่อกันได้ตามสะดวก
- สรุปง่ายๆ คือ ตอนแรกปอหลอกว่าในแก้วเป็นชาน่ะ
- ตอนจบวินด์ไม่ได้ล้มอีกรอบนะคะ แค่ชะงักไปเฉยๆ คาดว่าคงกลัวปอเอาแก้วมาจ่อใกล้ๆ หน้าซะมากกว่า (กาแฟค้างก้นแก้วมันไม่เหลือกลิ่นโชยมาแล้วล่ะ = = ยกเว้นจะยกขึ้นไปดม)
- แอบอยากวาดตอนจับมือ มีใครอยากเห็นหรือไม่ เค้เค้เค้ ถ้าคนส่วนใหญ่อยากเห็นจะลองวาดมาให้ดูกันฮะ
** คาแร็กเตอร์ตัวละครไหนผิดเพี้ยน ช่วยบอกด่วนค่ะ!!
** แล้วถ้าเจอคำผิดยังไงก็ฝากบอกด้วยนะคะ >.<



